2009/Dec/04

 

 

 

 

  เมื่อวานโดนโทรมาชวนเล่นแรคล่ะ แอร๊ย~~~~~ ดีใจ มีเซิฟให้เล่นแล้ว มีเพื่อนเล่นด้วย (และแน่นอนว่าไม่ใช่เซิฟของเอเชียซัค)

 

 

ระหว่างรอโหลดเกมส์ เพราะลบออกจากเครื่องไปนานชาติละ เลยมาหาข้อมูลจ้อปใหม่เล่น

 

คลาสใหม่ปู้บ่าวหน้าตาอุเกะมาก!!!! ลีมยองจินทำได้!!! หลังจากทีทำเอาเราเฟลไปสมัยจ้อป2-2 ที่มันช่าง...  เห้อ เหลือเกิน (โดยเฉพาะโร็คชาย เศร้าจิตมาก)

 

 

( Credit  : Future RO wiki )

( Credit  : ragnarok-guide.com)

( Credit : KRO )

 

 

 

 

Rogue --> Shadow Chasers
(น่าร๊ากกกก อะ!!)
 
 
 
 
 
 Monk --> Shura
(หล่อดูดีกว่าแชมเปี้ยนเยอะเลย!!! ไม่เป็นแชมป์ได้มั้ยเนี่ย)
 
 
 
 
 
 
Sage --> Sorcerer
(เจ๊เท่เกินไปแล้ว แต่ไม่ชอบทรงผมเลย)
 
 
 
 
 
 
 
 
Dancer --> Wanderer
 
(ก็ยังคงคอนเซปท์นุ่งน้อยห่มนิดเหมือนเคย แต่ไอ้ปีก ฮาโล่ และแส้ที่เหมือนหางปีศาจนี่ เหมาะดีแฮะ)
(ชอบตาข่ายที่คลุมต้นขาเป็นพิเศษ )
 
 
 
 
 
 
 
 
Bard --> Minstrel
 
(อร๊ากกกกก เท่โว้ยย)

    

 

 

 Priest --> Arch Bishop

(ตัวชายน่ารักกว่าภาพตอนแรกเยอะเลย เท่ว่ะ เห็นแล้วอยากอ่านแรคต่อ)

 

 

Crusader --> Royal Guard

(.......................ตายค่ะ.... ทำไมสมัยครูเซเดอร์มันไม่โมเอ้ขนาดนี้บ้างวะ!!)

 

 

 

 

Knight --> Rune Knight

(ไนท์ชายน่ารักมวาก!)

 

 

 

 

 

Alchemist --> Genetic

 (ยังไม่เจอภาพแฮะ)

 

 

 

 

 Wizard --> Warlock

 

(อร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก)

 

 

 

 Blacksmith --> Mechanic

 

(ฮึ่ยๆๆๆๆๆเมกะชาย ทรงผมโด๊น!! หน้าตาผ่าน!!!)

 

 

 

 

และ.....

 

 

 

 

 

Assassin - Guillotine Cross

 

(............................/คราวนี้ตายของแท้....................)

 

 

 

 

ทำไมอิชั้นถึงพ่ายแพ้แต่ผู้ชายแบบนี้ทุกทีเลยคร๊ะ!!!

 

 

 

โฮ~~ มีในฮาเร็มเยอะนักเราก็ควรเอามาทำประโยชน์โดยการเพาะพันธุ์ เอ้ยจับวาย ชิมิเคอะ

 

 

 

 

 

 ของแถมที่ไปเจอมา

 

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เป็นขนาด 1024*768 (อยากได้ขนาดอื่น ตามหาเองเน้อ ไปเอามาจาก KRO )
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 

 

 

 

  ของแถม 2

ไปเจอคนสร้างควิซนี้ ไปทำมา

http://neskaya.net/quizzes.php

 

Quiz: What Ragnarok Online Character Are You?

 

ได้

Neskaya.Net Quiz: What RO Character Are You
(เอิ่ม... มันก็จริง... เล่นทีฟเป็นจ็อปแรกตั้งกะสมัย iro เป็น open beta  )








Quiz: Which Ragnarok Online Town Should You Live In?


 
Neskaya.Net Quiz: Which Ragnarok Online Town
 
(...ก็ไปสิงสู่อยู่พอกับมอร์ เพราะใกล้ที่เก็บเวลดี มีหูแมว แซวสาวสนุก มอนฯบุกไม่บ่อย <-- คำขวัญ?)

 

 


 

 

 

 

2009/Dec/01

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 "มีเครื่องมือแต่ไม่ใช้ต่างอะไรกับไม่มี"

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 *****************************

 

 

     ยามเช้าของนิสิตปีหนึ่งทุกคนมักจะเหมือนกัน ตื่นไปเรียนแต่เช้าตรู่  อุดอู้ในห้องเรียนยันเที่ยง ไม่เสี่ยงโดดคาบบ่าย ห้ามพ่ายวิชาตอนเย็น (แม้จะง่วงเต็มทน) แถมพกด้วยการเข้าห้องซ้อมเชียร์ทุกเวลาที่รุ่นพี่ "ขอร้อง" ให้มา

 

      ความจริงแล้วรัตติไม่ใช่คนที่คุ้นเคยกับการทำกิจกรรมโรงเรียน ถ้าจะพูดตามตรง เขาคงจะพยายามทุกวิธีให้อยู่ไกลมันที่สุด แต่จะไปกล่าวหาความขี้เกียจของเขาก็คงทำได้ไม่เต็มปากนักในเมื่อสาเหตุหลัก คือปัญหาด้านสุขภาพ ...ส่วนความขี้เกียจนั่นเป็นแค่ผู้รับผลประโยชน์รองลงมาด้วยความเต็มใจ...ก็เท่านั้น

 

     "น้อง ๆ ครับ มีใจรักสถาบันจริงรึเปล่า!!! นี่เค้าเรียกร้องเพลงสถาบันรึครับน้อง!!! ร้องเพลงให้มันเสียงดังอย่ามัวแต่กระซิบ!!!"

 

     ...เสียงแกนั่นล่ะที่สมควรมาร้องแทน ทรมานแก้วหูชะมัด...

 

      รัตติหรี่ตามองรุ่นพี่จอมตะเบ็งอย่างเหนื่อยหน่ายใจ หูเขาแทบจะหนวกอยู่แล้วจากเสียงตะโกนของเพื่อนที่นั่งอยู่รอบ หรือบางทีรุ่นพี่ที่ยืนอยู่ทั้งหมดนั่นก็อาจจะหูหนวกไปแล้วทั้งกลุ่มถึงได้เรียกมลภาวะทางเสียงนี่ว่าการกระซิบ ...เฮ้อ... ปวดหัว

 

      "หยุดครับ!!! พวกน้องเรียกเสียงตะโกนแหกปากนี่ว่าการร้องเพลงรึครับ!? พวกพี่คิดว่าเสียงควายออกลูกแฝดยังฟังดูเป็นเพลงมากกว่านี้เลยครับ เอาใหม่!!!"

 

      ...ไอ้พวกนี้ท่าจะบ้า ตะกี้คนนึงบอกว่าร้องเบาไป ต่อมาอีกคนบอกร้องไม่เพราะ ที่นี่เป็นมหาวิทยาลัยรัฐรึว่าโรงซ้อมนักโอเปร่าฝึกหัดกันแน่...

 

     ถึงจะไม่พอใจแค่ไหนแต่รัตติก็ทำได้แค่ตอบโต้ในใจ นั่นเพราะเขายังเห็นว่าการทำตัวให้กลืนไปกับสังคมแบบนี้จะเป็นประโยชน์ต่อชีวิตเรียนของตนอยู่ ก็ใครใช้ให้เขามาอยู่ในประเทศที่ให้ความสำคัญกับระบบอาวุโสนำหน้าศักดิ์ศรีของปัจเจกชนล่ะ ...อืม... ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งรู้สึกคันขึ้นมาทันที

 

      "พอครับพอ! นี่พวกน้องไม่สงสารเพื่อนกันบ้างหรือครับ เพื่อน ๆ หลายคนเขาก็ยังตั้งใจร้องอย่างทุ่มสุดตัว แต่พวกพี่เห็นนะครับว่ายังมีน้องบางคนที่กินแรงเพื่อนอยู่ ทำไมล่ะครับ? แค่ร้องเพลงให้เสียงดัง ๆ แค่นี้ทำกันไม่ได้รึไง? แล้วอีกหน่อยพวกน้องเจอการบ้านที่หนักหนากว่าการร้องเพลงแบบนั้นไม่ต้องรีไทร์ออกไปเลยรึไงกันครับ! ร้องใหม่!"

 

      ...เพื่อน? หน้าไหนกันที่เรียกว่าเพื่อน? กับคนที่เพิ่งเคยเห็นหน้ากันไม่กี่วันแบบนี้น่ะ ดูยังไงก็ยังเป็นแค่ก้อนมนุษย์ชัด ๆ ไอ้คนพูดนี่ถ้าไม่มนุษย์สัมพันธ์ดีจัดก็คงมีรอยหยักในสมองที่ตื้นน่าดู...

 

      เสียงสั่งให้ร้องเพลงสถาบันและเสียงต่อว่าดังขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท่ามกลางความไม่พอใจและสีหน้าสับสนของรุ่นน้องชั้นปีล่างสุดที่ตกเป็นเป้าหมายของคำสั่งนั้น ทว่าสิ่งที่รัตติคิดกลับเป็นการสมเพชเพื่อนร่วมชะตากรรมบางคนที่โดนความกดดันย้อมจนแทบจะเปลี่ยนสี พวกงี่เง่าเอ๊ย สอบติดมาได้ยังไง ไม่ต้องมองก็ยังรู้ว่าพวกรุ่นพี่ที่ยืนด่าอยู่นี่ก็แค่หาเรื่องด่าไปเรื่อยเท่านั้นล่ะ ยังกับพวกตลกคาเฟ่บนเวทีที่เล่นแต่มุกฝืดแต่ก็ยังมีคนบ้าพยายามไปขำมุกฝืด ๆ นั่นให้ได้ ...เหอะ...คลื่นไส้ชะมัด

 

      "ผมล่ะผิดหวังกับพวกคุณจริง ๆ บอกให้ทำให้เต็มที่แต่เต็มที่ของพวกคุณมีแค่นี้เองเรอะ!? ถ้ามีความสามารถแค่นี้อย่ามาอยู่นีที่เลยครับ พวกคุณไม่เหมาะจะเป็นรุ่นน้องของพวกผมหรอกนะ  คนที่จะอยู่ที่นี่ได้จะต้องมีความพยายามมากกว่านี้ มีความสามารถมากกว่านี้ ซึ่งถ้าพวกคุณยังคิดว่าตัวเองมีไม่พอ ก็เอาใหม่ให้เต็มที่ ไม่งั้นก็ลาออกไปซะเถอะครับ อย่าเสียเวลาชีวิตตัวเองให้มากกว่านี้เลย"

 

      ...คิดว่าอยากจะเรียนที่นี่นักรึไง? ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องความสะดวกล่ะก็ใครจะไปทนรุ่นพี่ห่วย ๆ แบบนี้กัน...

 

      บรรยากาศกดดันเริ่มหนักหน่วงขึ้นมากขนาดที่ว่าจะมีรุ่นน้องซักคนฟิวส์ขาดลุกขึ้นมาต่อยปากรุ่นพี่ก็คงไม่แปลก กระนั้นทุกคนก็ยังคงก้มหน้ารับคำด่าอย่างไม่โต้แย้งอะไรแม้ในใจบางคนจะคิดอยากให้มีฮีโร่ไปทำหน้าที่ต่อยปากรุ่นพี่ให้จบเรื่องจบราวซะที  ฮีโร่ที่เป็นใครก็ได้ที่ไม่ใช่ตัวเอง ...ให้ตาย... มันน่าพะอืดพะอมเกินไปแล้ว รู้แบบนี้ขอลาป่วยแต่แรกซะก็ดี ไม่น่าอยากมาเก็บบรรยากาศของห้องเชียร์เลยแฮะ

 

      "ทุกคนหยุดร้องครับ!! น้องครับ น้องตรงนั้นน่ะ เดินออกมานี่หน่อยครับ"

 

      ...เฮอะ ทำสีหน้าแบบนั้น พวกแกก็แค่งอมืองอเท้าแล้วหวังให้ซักคนตกเป็นเหยื่อที่ชัดเจนของการทรมานนี้ เหมือนกันสินะ เจ้าพวกก้อนเนื้อที่ถูกเรียกว่าเพื่อน...

 

      เด็กหนุ่มที่ถูกเรียกเดินผ่าเส้นทางที่กลุ่มเพื่อนรีบหลีกทางให้ราวกับโมเสส เดินผ่านทะเลแดงที่ถูกแยกให้เป็นสองฝั่ง เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ จนรุ่นพี่คนหนึ่งต้องออกมาสั่งให้หยุดคุยซุบซิบกันเหมือนเด็กผู้หญิง สิ่งที่ได้หลังจากนั้นเป็นความเงียบที่สามารถได้ยินกระทั่งเสียงเข็มหล่น แต่ความจริงก็คือทุกคนเงียบได้ขนาดนี้เพราะพยายามจะเงี่ยหูฟังบทสนทนาของ "เหยื่อสังเวย" ที่มีต่อ "เหล่ารุ่นพี่ทั้งหลาย" ต่างหาก  ...หึ... สมใจพวกแกรึยัง ในที่สุดก็มีฮีโร่ถูกสังเวยตามขั้นตอนละครเรื่องนี้แล้ว

 

      "พี่สังเกตน้องมาซักพักแล้ว น้องมีอะไรจะบอกกับพวกพี่มั้ยครับ?"

 

      ...ถ้าไม่แน่ใจว่ามีรึเปล่าแล้วจะเรียกสุ่มสี่สุ่มห้าทำไม บ้าบอจริง ๆ...

 

      เมื่อรุ่นพี่หน้าโหดเอ่ยถามแบบนี้ กลุ่มก้อนมนุษย์ที่เฝ้ารอต่างพากันรอลุ้นกับคำตอบที่จะออกมา และเมื่อหูพากันบอกสมองว่า เพื่อนผู้เป็นเหยื่อสังเวยตอบว่า 'มี' บางคนก็พากันจินตนาการเหตุการณ์รุนแรงที่จะเกิดต่อมาทันที ...อือฮึ... ว่าแต่ถ้ามีต่อยกันตรงนี้จะมีใครกล้าเชียร์ดัง ๆ มั้ยนะ

 

      "ถ้าน้องมีปัญหาอะไรก็บอกมาเลยครับ พวกพี่บอกแล้วไงถ้าคนไหนรู้สึกไม่ดีกับที่นี่ก็ให้บอกเหตุผลแล้วก็ออกจากห้องเชียร์ได้เลย"

 

      ...มันก็ต้องรู้สึกไม่ดีแหงอยู่แล้ว ตาบอดรึไงถึงเห็นว่าทุกคนกำลังร้องเพลงกินลมชมวิวอยู่น่ะ...

 

      กองเชียร์ปีหนึ่งต่างพากันเห็นพ้องในใจว่า งานนี้มีเฮแน่ แต่บทสนทนาส่วนถัดมานั้นกลับถูกเสียงรุ่นพี่จอมโหดคนเดิม ๆ ตะโกนแทรกขึ้นมาสั่งให้ร้องเพลงต่อ  เนื่องจากยังไม่มีใครอยากเป็นเหยื่อรายถัดมาจึงไม่มีรุ่นน้องคนไหนกล้าอิดออดแสดงตัวว่าสนใจเหยื่อรายแรกอยู่อีกต่อไป ไม่นานหลังจากนั้นก็มีรุ่นน้องตาไวบางคนสังเกตเห็นรุ่นพี่จำนวนหนึ่งช่วยกัน พาไอ้หนุ่มโชคร้ายเดินออกไปจากห้อง การที่เหยื่อสังเวยได้ทำหน้าที่ของตัวเองแล้วยิ่งทวีบรรยากาศกดดันให้สูงยิ่งขึ้นเป็นเท่าตัว ...งี่เง่า...เข้าแผนพวกรุ่นพี่เลยล่ะสิ

 

      "ต้องมากันเยอะขนาดนี้เลย มันจะไม่มากเกินไปรึครับ"

 

      ...เด็กมัธยมยังไม่ทำแบบนี้กันเลย นี่โตจนปานนี้แล้วแท้ ๆ...

 

      รัตติผู้ซึ่งถูกยกตำแหน่งเหยื่อสังเวยให้หมาด ๆ ถามรุ่นพี่ด้านขวาผู้เตี้ยกว่าเขาซักหนึ่งคืบได้ แต่คำตอบนั้นมีเพียงสีหน้าไม่พอใจที่ตอบกลับมา เขาจึงเปลี่ยนไปถามคนที่เดินขนาบซ้ายแทนว่าความจริงเขาออกมาคนเดียวก็ได้ ไม่จำเป็นที่จะต้องมีรุ่นพี่ตามขนาบซ้าย ขวา หน้า หลัง เขาไม่คิดจะฆ่าตัวตายหรอก ...อาฮะ... แต่ถ้าให้ป้ายความผิดล่ะก็ไม่แน่

 

      "ทำไมน้องทีไม่บอกแต่แรกล่ะคะว่ารู้สึกยังไงอยู่ คราวหลังถ้ามีอะไรก็รีบบอกเลยสิคะ พวกพี่บอกไว้แล้วไงว่าถ้าอะไรแบบนี้พี่ก็จะไม่กักตัวน้องไว้ทรมานในห้องเชียร์หรอกค่ะ"

 

      ...ก็รู้นี่นะ ว่านั่นน่ะห้องทรมานชัด ๆ แต่ก็ยังมีพวกโง่บางคนที่หลงกลไอ้ห้องบ้านั่นไปได้...

 

      "น้องที" หรือในชื่อจริงว่า "รัตติ" หันไปตอบคำถามด้วยสีหน้าเงียบขรึมว่า ความจริงเขาก็ไม่คิดจะทนหรอกถ้าไม่เห็นว่าการร่วมกิจกรรมที่เพิ่งจากมานั่น เป็นสิ่งสำคัญของชีวิตช่วงหนึ่งที่จะมีคุณค่าทางจิตใจเมื่อมองย้อนกลับมาในอนาคต เป็นคำตอบที่ทำเอารุ่นพี่รอบ ๆ แอบมองคนพูดด้วยสีหน้าทึ่งปนซาบซึ้งไปเลยเชียว ...ไงล่ะ... อยากได้คำตอบแบบนี้สินะ อุตส่าห์จัดให้แล้วก็ทำตัวมีความสุขกับมันให้เต็มที่ด้วยล่ะ แต่ถ้าอยากได้ความจริงที่เหลือ ก็อยากจะตอบให้อีกว่า ถ้ารู้ว่ามันเป็นกิจกรรมงี่เง่าแบบนั้น ย้อนเวลากลับไปได้เขาก็คงไม่เข้าไปร่วมอย่างแน่นอน

 

      "ความจริงพวกพี่ไม่ต้องมายืนคุมผมก็ได้ครับ ผมไม่หนีไปไหนหรอก"

 

      ...ไม่ต้องห่วง เราจะต้องเจอขี้หน้ากันไปอีกจนกว่าพวกคุณจะเรียนจบหรือไทร์ออกนั่นแหล่ะ...

 

      ทันใดนั้นบรรยากาศตึงเครียดของเหล่ารุ่นพี่ก็เปลี่ยนไปเนื่องจากการมาถึงของใครคนหนึ่ง บุคคลผู้ซึ่งคนกลุ่มนี้ทั้งหมดคาดหวังว่าจะจัดการกับสถานภาพของรัตติในตอนนี้ได้ บุคคลที่การมีอยู่ของเขาก็เพื่อสถานการณ์แบบนี้โดยเฉพาะ  ...ก็ดี... ทำอะไรก็ทำไปเถอะ อย่าให้เสียประวัติก็แล้วกัน

 

      "เกิดอะไรขึ้นรึคะ? อุ้ย นั่นไปทำอะไรมาคะเนี่ย แขนแดงเป็นจ้ำเชียว หน้าก็ซีดมากเลยนะคะเนี่ย ตาบวมด้วย ...อ้อ แพ้ฝุ่นกับความดันต่ำ งั้นมานั่งเก้าอี้ตรงนี้นะคะอาจารย์จะได้วัดความดันให้แล้วค่อยจ่ายยา ตะกี้อาจารย์ไปห้องน้ำมาแปบเดียวเอง เห็นคนอยู่เต็มห้อง ตกใจหมดนึกว่าเกิดเรื่องอะไร"

 

 

  *****************************

 

 

      ถ้าที่ไหนมีการประกวดมนุษย์สารพัดโรค รัตติก็อาจต้องอยู่บนเวทีจนถึงตอนชิงอันดับหนึ่งเลยก็ได้ ด้วยคุณสมบัติทั้งแพ้ฝุ่น แพ้ขนและน้ำลายสัตว์ แพ้กุ้ง แพ้ช็อกโกแลต แพ้อาหารไม่สด อาหารย่อยยาก และอาหารรสเผ็ด แพ้คลอรีนในสระน้ำและน้ำโคลน แพ้อากาศเย็นและอากาศร้อน แพ้แดดและลมแรง แม้แต่แป้งฝุ่นก็ยังแพ้ถ้าไม่ใช่แป้งสำหรับเด็กทารกผิวแพ้ง่าย แพ้โน้นแพ้นี่ไปจนถึง "บางสิ่ง" ที่วิทยาศาสตร์ปัจจุบันยังพิสูจน์ไม่ได้ ซึ่งรัตติสงสัยอยู่ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวเขาเกิดผื่นคันอย่างผิดปกติเวลาเดินทางผ่านวัดหรือจุดเกิดอุบัติเหตุรึเปล่า

 

      ตอนเด็กมาก ๆ รัตติเคยรู้สึกรำคาญกับอาการสารพัดของตัวเอง ในขณะที่เด็กคนอื่นได้กินของที่ท่าทางน่าอร่อย ได้เล่นอะไรแปลก ๆ น่าตื่นเต้น ได้อิสระเสรีที่จะวิ่งแล้วหกล้มกลางผืนดิน เขาเองกลับต้องอยู่ในสายตาผู้ใหญ่ตลอดเวลา แทนที่จะได้กินขนมกลับได้แต่อาหารสีไม่น่ากินแถมรสชาติยังชวนขย้อน ตามด้วยยาเม็ด ยาน้ำและยาแคปซูลอีกนับสิบเม็ดต่อมื้ออาหาร ต้องใส่เสื้อผ้ามิดชิดแม้ปรอทบอกอุณหภูมิว่ากำลังจะย่างสี่สิบองศา ไม่ค่อยมีของเล่นหรือสัตว์เลี้ยงเพราะส่วนใหญ่มักจะก่อให้เกิดอาการป่วยสารพัด จึงได้แต่อ่านหนังสือซึ่งมารดาของรัตติเชื่อว่าเป็นเครื่องบันเทิงเดียวที่ จะช่วยให้รัตติไม่สนใจอาการอ่อนแอผิดเด็กปกติของตนเอง

 

     ...ซึ่งผิดมหันต์... ยิ่งแม่คอยดูแลเขาดีเท่าไหร่ รัตติก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองถูกแบ่งแยกจากมนุษย์คนอื่นทุกคน จนกระทั่งตอนนี้ซึ่งรัตติยินดีกับอาหารรสจืด  รู้สึกดีที่ได้อยู่เฉย ๆ ในขณะมองคนอื่นทำตัวเองให้เหนื่อย แอบคิดสมเพชใส่คนที่ชอบหาเรื่องเจ็บตัว เคยชินแต่สายตาชื่นชมของผู้ใหญ่รอบข้าง รู้สึกตัวเองเหนือกว่าคนปกติด้วยการกินอาหารเพื่อสุขภาพ ตามด้วยวิตามิน ยาบำรุงและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนับสิบเม็ดต่อหนึ่งมื้อ  ภูมิใจกับการสวมเสื้อแขนยาวเพราะมันทำให้เขาดูสมาร์ท  และกางเกงขายาวก็ทำให้เขาดูตัวสูงขึ้นกว่าส่วนสูงร้อยแปดสิบสองที่มีอยู่เดิม  เขามีเหตุผลที่ดีเต็มที่ในการทำตัวรังเกียจสัตว์ที่ดีแต่สร้างความเหม็นและ โสโครก ด่าพวกผู้ใหญ่ที่ยังเล่นของเล่นได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ อีกทั้งหนังสือที่แม่ประเคนให้เขาตั้งแต่เล็กก็ยังเป็นสิ่งหล่อหลอมให้รัตติ มีสมองที่เหมาะแก่การเรียนอย่างมากที่สุด

 

      กล่าวได้อีกอย่างว่า จากเด็กน้อยที่อ่อนแอจนไม่รู้จะตายวันตายพรุ่ง บัดนี้ได้เติบโตเป็นผู้ชายที่ชาวไทยส่วนใหญ่จะเรียกว่าคนหลงตัวเองและคนน่ารังเกียจ...ได้อย่างเต็มภาคภูมิ...

 

 

  *****************************

 

 

 

 

 

 

 (แล้วมันน่าภูมิใจเรอะฟะนั่น 5555555555555555+ สาบานได้ว่านี่คือพระเอกของฟิคเรื่องนี้...)

(อา.. พยายามแต่งมาตั้งกะ  23 มิถุนา  เพิ่งจะมาเสร็จตอนแรกเอาเกือบจะ3.43น. วันที่1 ธันวา... มิน่า ง่วงว้อย!!)

(ตอน แรก ถูกต้องแล้วว่าตอนนี้คือตอนที่1 เพราะอันที่แล้วที่มีภาพปกมันเป็นแค่ Prologue น่ะสิ สั้นแค่นั้นเค้าเรียกว่า 1 ตอนด้วยเรอะ นักเขียนโก่งค่าต้นฉบับน่ะสิไม่ว่า)

(เอ๋?? ตอนนี้ก็สั้นพอกับตอนที่แล้ว??  ก็เนื้อเรื่องมันจบแล้วนี่นา จะยืดไปให้ออกทะเลทำไม มุวะฮะฮ่าฮ่า)

(ลองแต่งนิยายโดยใช้ลูกเล่นใหม่ๆดู หวังว่าจะอ่านแล้วไม่งงกัน)

(นี่ก็คิดซะว่าเป็นฟิคของขวัญวันเกิดสาปัคราล่วงหน้าละกัน ก๊ากกก  ยัดเยียด(ของฟรี)ให้ ก็ไหนบ่นว่าอยากอ่าน)

(วันที่ 6 ธันวา อย่าลืมนะว่าเรามีนัดเลี้ยงฉลองวันเกิด+เลี้ยงส่งสาปัคราไปฟินแลนด์แดนแห่งโนเกียและหมาน่ารัก)

(คนพันทิพเค้าบอกว่าชาวสวีเดนหน้าตาดีที่สุดในโลกล่ะ แต่สงสัยสาปัคราคงจะเห็นหมาที่สวีเดนหล่อกว่าคนสวีเดน อุบส์ครึ่กๆ)

(สวีเดนแล้วทำไม? เกี่ยวอะไรกับฟิคเรื่องนี้? นั่นก็เพราะเป็นคุณมินน่ะสิ!! )

 

 



lumin the chipmonk
View full profile
Creative Commons License