หากว่าเรื่องนี้เป็นนิทาน ก็คงจะเริ่มต้นด้วยคำว่า 'กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว...' เฉกที่คนทั้งหลายเล่าให้บุตรหลานฟังก่อนเข้านอน
ทว่า เรื่องดังต่อไปนี้มิใช่นิทาน เหล่ากวีพเนจรทั้งหลายจึ่งมักเริ่มเรื่องนี้ด้วยคำว่า...
'...ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากจะเล่าเล๊ย ไอ้เรื่องพรรค์นี้เนี่ย...'
-------------------***************************-------------------
ทั่วทวีปแว่นแคว้นอันไพศาล ยังมีอาณาจักรแห่งหนึ่งซึ่งถูกปกครองโดยเจ้าชายสามพระองค์ อันเนื่องจากพระราชาผู้ชรามานานเกินชันษาอันควรตั้งสี่สิบกับอีกสามปี ได้ละโลกนี้ไปอย่างกระทันหันโดยมิได้ร่างพินัยกรรมไว้แต่อย่างใด
ครั้นเจ้าชายทั้งสามเริ่มถกเถียงกันถึงเรื่องสินสมรสของบิดาและสิทธิในการเลี้ยงดูราษฏรทั้งสี่แสนแปดหมื่นครัวเรือนบนแผ่นดิน ได้ปรากฏแม่มดเฒ่าบั้นท้ายเหนียงยานขึ้นมาจากรองเท้าแก้ววิเศษอันเป็นสมบัติคู่ราชวงศ์
[ หุบปาก! เจ้าพวกโง่ทั้งสาม ]
เหล่าเจ้าชายต่างชะงักคมฝีปากตัวเองในบัดดล
' มาจากไหนกันยายเฒ่า? ' เจ้าชายองค์โตพูดขึ้นด้วยความไม่พอใจปนพิศวง เปรียบได้ดั่งกระต่ายแคระขนฟูขู่ใส่แมวบ้าน
' จากบันทึกประจำราชวงศ์ที่ชั้นศึกษา ยายเฒ่านี่คงเป็นผีอาฆาตที่ร่ำลือกันว่าสิงสู่อยู่ในรองเท้าแก้วประจำราชวงศ์ ' กล่าวจบ เจ้าชายองค์กลางก็บรรจงจรดนิ้วชี้ซ้ายดันสันรองจมูกของแว่นหนึ่งที
' อึ่ม... ขอโทษนะ แต่คนนอกกรุณาอย่ามายุ่งเรื่องนี้ได้มั้ย ยายเฒ่าแปลกหน้า ' คำพูดนี้ก็มาจากโอษฐ์ขององค์ชายสุดท้องดังที่ควรคาดเดาได้ตามธรรมเนียม
คำกล่าวย้ำถึงรอยตีนกาบนใบหน้าเหี่ยวย่นนั้น ได้เพิ่มเชื้อเพลิงให้แก่อารมณ์ของบุคคลเป้าหมายให้ประทุขึ้นยิ่งกว่าเดิม
[ สามหาว! ]
' ห๊าว~ ' องค์ชายทั้งสาม หาวขึ้นมาคนละหนึ่งทีเหมือนประชดวาจานั้น
เมื่อโดนสบประมาทเช่นนี้ ไฉนเลยยายแก่ ๆ ที่ใช้เวทมนตร์ได้จะไม่ตอบโต้... อนิจจา ว่าที่ประมุขทั้งสาม ประมาทคนไม่ดูเงาหัวตนซะแล้ว..
~อาณาจักรแว่นที่สาบสูญและเจ้าชายทั้งสาม~
จบภาค 1
----------------------------------------
ขี้เกียจแต่งต่อละ... แง่มๆ
(อัพเลวยังไงไม่รู้ สงสัยอ่านกินทามะรวดมากไป 555++)
