Tag เรียน......อย่างคนมีกึ๋น

กติกา:
1. copy กติกาของแท็กคนมีกึ๋นไปใส่ไว้ในเอ็นทรี่
2. ตั้งชื่อเอ็นทรี่เป็น "Tag เรียน....อย่างคนมีกึ๋น" <-- ใส่ชื่อคณะหรือเอกที่คุณเรียนลงไป
3. ตอบคำถาม 5 ข้อต่อไปนี้

- ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?
- สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
- สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?
- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ
- อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??

4. พิมพ์ชื่อ Tags ให้ไปอยู่ในหมวดหมู่ของคณะตัวเอง เช่น มนุษยศาสตร์ นิติศาสตร์ ฯลฯ
รวมถึงหมวดหมู่ Admission เพื่อให้น้องๆ ที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ได้เข้าไปเลือกอ่านได้ตามความสนใจ จากนั้นอย่าลืม.. ส่ง tag ต่อ

 

-----------------------------------------------------

 ก็............. แค่อยากทำอะ ถึงจะไม่ได้เก่งมากมาย แต่เห็นว่าไม่เห็นมีใครทำสาขานี้ (ให้เราไปเทียบอย่างอับอายขายขี้หน้า )  เลยคิดว่า  อย่างน้อยก็น่าจะมีใครได้ประโยชน์บ้าง (จะมีเรอะ!?)

 

 - ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?

 จบแล้วค่ะ (ด้วยความภูมิใจสุดๆ ว่าน้ำหน้าหยั่งเรา ก็จบมหาลัยด้วยนะเฟ้ยยยย จบสาขาที่ดูแล้วอาร์ตตัวแม่มาก ก๊ากก) จากคณะมนุษยศาสตร์ สาขาเอกปรัชญาและศาสนา

 

 

- สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?

 ก็ตามชื่อเลย เรียน(คิดว่าน่าจะแทบ)ทุกอย่าง เกี่ยวกับ ปรัชญา และ ศาสนา  ที่เค้าบังคับขายเป็นแพ๊กคู่ดูโอ ไม่แยกขาย เพราะเหล่าอาจาย์(เจ้าของหลักสูตรวิชาภาค) เห็นว่า ความรู้ย่อมคู่คุณธรรม ฉันใด  ปรัชญาย่อมต้องไปพร้อมศาสนา ฉันนั้น

 

คนฉลาดหากแต่ไร้คุณธรรม จะทำให้สังคมวุ่นวายมากกว่าพัฒนา เช่นสถานการณ์บ้านเมืองไทยในขณะนี้ที่ประชาชนนิยมเชื่อข่าวสารกันอย่างตามน้ำ ขึ้นกับว่าใครเป็นคนใช้สื่อ

คนดีแต่ไร้ปัญญา  ยิ่งตกเป็นเครื่องมือของไอ้คนกลุ่มแรกได้ง่าย  เช่นชาวพันธมิตรโดยเฉพาะชนชั้นกลาง-สูง ที่เชื่อถือแกนนำและโฆษก ASTV อย่างไม่ลืมหูลืมตา ชาวบ้านตาดำๆ เค้ารู้กันทั้งนั้นว่าไปช่วยนั่งแล้วได้รับตังแจกน่ะ

(พอเถอะ... กลับมาเข้าภาษาปกติกันดีกว่า เดี๋ยวโดนมือที่มองไม่เห็นเอาสิ่งปฏิกูลมาปาหน้าบ้าน ก๊ากก)

 

 อะแฮ่ม...

เรียนยังไง - ก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ วิชาเลือกอิสระ ก็เหมือนสาขาอื่น ไม่ขอพูดถึงละกัน   วิชาเอก เพื่อความง่าย ขอแบ่งเป็นสายปรัชญา และสายศาสนา

 

ปรัชญา - เรียนตั้งแต่ต้นกำเนิดปรัชญากันเลย แบ่งกันเป็นสายตะวันตกและตะวันออก

สายปรัชญาตะวันตก เป็นสายที่เรียนกันตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ของชีวิตนิสิตปรัชญาเลยทีเดียว เรียนกันตั้งแต่...ความหมายของชื่อ Philosophy ที่เกิดมาจาก Philos ความรัก + Sophi ความรู้  = ผู้ที่รักในความรู้ (aka .พวกชอบเสือกไปทั่ว ก๊ากกกกกกกก)

ถ้าจะให้เราสรุป ปรัชญาคือวิชาที่ว่าด้วยเรื่องต่าง ๆ ที่มนุษย์ชอบสงสัย  เช่น  กาีรมีอยู่ (อยากรู้มากกว่านี้ว่า [มีอยู่] ที่ว่าคืออะไร ไปดูแมทริกซ์ภาค 1  )  ความรู้ , ความจริง , ความงาม , ความถูกต้อง , ศีลธรรม , ภาษา  (หรือก็คือ หัวข้อสนทนาที่คุยกันแล้วอาจถึงขั้นต่อยกันได้ ถ้าเลือกคนคุยผิด)

 

ปรัชญาก็คือวิทยาศาสตร์สมัยเริ่มแรก  (จริงๆคือ วิชาทั้งหลาย มันแบ่งร่างออกมาจากปรัชญาทั้งนั้นแหล่ะ... ลูก ๆ ได้ดิบได้ดีกันไปหมดแล้ว อาร์ตตัวแม่ก็ยังวนๆอยู่แค่เนี๊ยะ )

นักปรัชญาพยายามไขความสงสัยด้วยสมมุติฐานและการทดลองต่าง ๆ  แม้บางอย่างจะไม่สามารถทดลองได้....เช่น โลกของแบบ อันว่าด้วยทฤษฏีของเพลโต สรุปเป็นภาษาเด็กแนวได้ว่า มีมิติอื่นที่เป็นต้นแบบให้ทุกอย่างในโลกที่เรารู้จัก ทุกอย่างที่เรารับรู้อยู่ตอนนี้ คือของทำเทียมมา เอิ้ว... มันจึงไม่สมบูรณ์ มนุษย์คือสิ่งอันไม่สมบูรณ์  ต้นแบบอันเลิศเลอเพอเฟ็กท์อยู่ในโลกของแบบ (ที่ตะหงิดๆว่า เพลโตจะหมายถึงดินแดนของพระเจ้ารึเปล่า...)

ไอ้ทฤษฏีโลกของแบบเนี๊ย  มันจะไปทดลองพิสูจน์กันได้ยังไงกันเล่า!!

 

ยังครับ ยังไม่พอ นั่นมันแค่ตัวอย่างเรียกน้ำย่อยเท่านั้น

ปรัชญามีหลายสายยุค หลายสายหลักๆ

 

ยุค

1. ยุคดึกดำบรรพ์ หรือยุคก่อนเกิดวิชาปรัชญา (เรียนเพื่อ.... คิดซะว่าค้นหารากเหง้า)

2. ยุคกรีก

2.1  ยุคโบราณ

2.2  ยุครุ่งเรือง (คนดังๆ เค้าอยู่ยุคนี้กัน เช่น เพลโต โซคราติส อริสโตเติ้ล)

2.3  ยุคเสื่อม/ยุคแฮ็ลเล็น (ยุคหลังอริสมัน เอ้ย อริสโตเติ้ล ไปจนถึงกำเนิดปรัชญาคริสต์)

2.4  ยุคโรมันเรืองอำนาจ (กรีกกะโรมันไม่ถูกกันนะเออ )

3. ยุคกลาง  (เค้าบอกว่าเป็นยุคที่ปรัชญากรีกเริ่มประนีประนอมกับคริสตศาสนา)

4. ยุคใหม่  (  ตั้งกะหมดยุคกลาง   จนถึงปัจจุบัน)

4.1 สมัยเรอเนซองท์... หรือว่า เรเนอซองท์นั่นแหล่ะ

4.2 สมัยใหม่ (ยุคนี้มีเปิดเป็นวิชาเลยนะ  นักคิดช่วงนี้มีบทบาทอย่างมากต่อการเติบโตของปรัชญายุคหลัง  เช่น Descartes , Spinoza , Leibniz , Locke , Hume , Voltaire , Rousseau และ อีค้านต์ ที่สุดแสนจะน่ารังเกียจ )

4.3  สมัยปัจจุบัน ( ตั้งแต่อีค้านต์ จนถึงปัจจุบัน)

 สาขา

 เค้า(ใครก็ไม่รู้)แบ่งปรัชญาเป็น 4 สาขา

1. อภิปรัชญา Metaphysics (ศึกษาว่า ความจริงคืออะไร...ปวดหัวมากโขโบก)

2. ญาณวิทยา Epistemology (ศึกษาหาวิธีเข้าถึงความจริง หรือว่า เราจะรู้ความจริงได้ไง? เลยมีชื่อเล่นว่า สาขา ทฤษฏีความรู้)

3. คุณวิทยา Axiology  (ศึกษาเรื่องคุณค่า Values แบ่งได้อีก 2 หน่วยย่อย )

3.1 สุนทรีสาด เอ้ย ศาสตร์ (ว่าด้วยเรื่อง ความงามที่สามารถเสพได้ในแง่ต่าง ๆ ตา หู จมูก ปาก )

3.2 จริยศาสตร์ / จริยปรัชญา

3.2.1 (แบ่งอะไรนักหนา) ศึกษาหาจุดมุ่งหมายของการเกิดและการมีชีวิตอยู่ของมนุษย์

3.2.2  จะไปถึงจุดหมายสูงสุดของชีวิต (ตาม 3.2.1) ได้อย่างไร?

3.2.3 จะตัดสินเกณฑ์วัดความ ดี-ชั่ว-ถูก-ผิด ได้อย่างไร?  ว่าด้วยเรื่อง จริยธรรม

3.2.4  ค่าทางจริยธรรมนิยามได้หรือไม่ อย่างไร (และอื่น ๆ อีกมายมายน่าปวดหัว จะคิดไปทำไม ฝรั่งนี่คิดมากไม่เป็นเรื่อง)

 4.  ตรรกวิทยา Logic (ที่แจก F ให้เรามาตัวนึงตอนเทอมแรก โทษฐานเอาโคนันเล่มใหม่ไปอ่านในห้อง และไม่ทำการบ้าน เลยต้องส่งข้อสอบเป็นกระดาษเปล่า... เพราะทำข้อแสดงวิธีทำไม่ได้ ก๊ากกก  ใครจะไปคิดว่า วิชาที่ว่าด้วยเรื่องของ ระบบเหตุผล/เกณฑ์การใช้เหตุผล เพื่อเป็นเครื่องมือเอาไว้ถกเถียงปัญหาปรัชญา  มันจะเสือกใช้สูตรตรรกะ 21 ข้อออกข้อสอบด้วย... แสด...จริงๆก็รู้ แต่ไม่คิดว่าจะให้แสดงวิธีตอบอะ ไม่ได้จำมา ก๊ากกก เลวเอง ชั่วเอง  ได้ F ไปก็สมควรแล้ว)

 

  --------------------------------------

 

 ไอ้สาขาย่อยที่ว่ามาทั้งหลายของปรัชญาตะวันตกน่ะ..... แบ่งรายชื่อวิชาที่ต้องเรียนคือ

ปรัชญาเบื้องต้น  - พื้นฐานคร่าว ๆ ของปรัชญาตะวันตก ปกติถ้าเป็นสาขาเอกอื่น ก็จะเรียนวิชานี้กัน

อภิปรัชญา - ว่าด้วยการศึกษาเพื่อค้นหาความจริง... เรียนแล้วงง อารมณ์เหมือน.... ไอ้ฝรั่งเอ๊ย!! พวกเอ็งจะอยากรู้เรื่องนี้ไปเพื่อ!!! เข้าใจเลยที่พระพุทธเจ้าบอกว่ามันเป็นปัญหาที่ไม่ควรไปคิด  ไม่สร้างสรรค์

ญาณวิทยา - ใครที่ชื่นชอบ Matrix น่าจะปลื้มวิชานี้มาก  เรียนแล้วอาจจะหลอนไปพักใหญ่ ๆ ว่าตัวเรามีจริงหรือไม่ พิสูจน์ยังไงดี การบ้านที่เราส่งไปจะโดนหาว่าไม่มีอยู่จริงหรือเปล่า หรือว่าเราจะบอกอาจารย์ไปว่า จริง ๆ แล้วส่งการบ้านไปเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าอาจารย์ไม่สามารถพบเห็นมันได้เนื่องจากมีประสาทสัมผัสไม่ตรงกัน  (บ้า...)

ปรัชญาตะวันตกสมัยเก่า / ปรัชญาตะวันตกยุคกลาง / ปรัชญาตะวันตกสมัยใหม่ - ศึกษาแนวคิดของนักปรัชญาในยุคนั่น ว่าด้วยสภาพแวดล้อมสมัยนั้น และความรู้เท่านั้น  เค้าพัฒนาความคิดด้านปรัชญามาเป็นแบบที่เห็นได้ยังไง    มีใครเป็นแรงบันดาลใจในการต่อยอดความคิด ความคิดทางปรัชญาสายหนึ่งสามารถแตกแขนงไปสองหรือสามสายพร้อมกันได้อย่างไร  บลา ๆ ๆ

ปรัชญากรีก - ซึ่งเราโดดบ่อยมากเพราะมันเรียนเช้า (แถมเรียนอีกทีก็ตอนบ่ายโน่น) แต่สนุกนะ  เข้าไปนั่งวิเคราะห์นิทาน+ตำนานเทพกรีก ความเชื่อของชาวกรีกที่แฝงอยู่ในประวัติศาสตร์อันมีชื่อเสียง(และในตำนานเทพทั้งหลาย) มีการวิเคราะห์เส้นทางการเติบโตของ Hero/Heroin ด้วย ฮาๆ เรียน ๆไปคิดว่า เป็นวิชาที่เหมาะเอาไว้ศึกษาการแต่งโครงเรื่องมาก ๆ (แอบนึกถึง "อริส ตำหนักเทพ" ด้วยล่ะ ก๊ากกก)

ปรัชญาคริสต์ - ไม่ค่อยชอบวิชานี้เท่าไหร่... ด้วยความอคติศาสนาคริสต์จากประสบการณ์ส่วนตัว แบบว่าเรียนไปก็เซ็งไป เซ็งชาวคริสต์บางจำพวก  ที่เอาศรัทธามาปนกับความจริง  เอาศรัทธาไปยัดเยียดให้เป็นมาตรฐานความดีของโลก  แต่ก็นั่นแหล่ะ ถ้าเราไม่รู้จริงแล้วไปว่า เราเองนั่นแหล่ะที่แย่กว่า (เลยต้องเรียนให้เข้าใจก่อนค่อยด่า ก๊ากกกก)

ปรัชญาการเมือง - สนุกดีนะ สำหรับคนที่สนใจสถานการณ์บ้านเมือง  วิเคราะห์สังคม เศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง อย่างเน้น ๆ รู้สึกว่าพวกสายบริหาร/รัฐศาสตร์ ต้องเรียนตัวนี้ด้วย (พ่อเราก็เรียน)  ศึกษาให้เข้าใจถึงเหตุผลของนักปกครอง ว่าทำไมไอ้สิ่งที่ท่าน ๆ ทั้งหลายทำลงไป มันถึงขัดกับความต้องการของประชาชน

ปรัชญาสังคม - จำไม่ได้ว่า มันเป็นวิชาเดียวกะ ปรัชญาการเมือง(ที่เราสับสนชื่อวิชาไปเอง) รึเปล่า   (ถ้าจำไม่ผิด)วิชานี้จะเรียนเรื่องเกี่ยวกะสังคมมนุษย์ ประมาณว่า ทำไมสังคมมนุษย์ถึงเป็นแบบนี้  ทำไมเราต้องเกาะกลุ่มกัน  ทำไมถึงต้องมีกฏหมาย  ทำไมสังคมถึงมีสันติสุข  ทำไมทั้งที่มีนักปรัชญาหลายคนหาว่า สันดานมนุษย์จริงๆ แล้วป่าเถื่อน  ถึงสามารถอยู่ร่วมกันได้

ปรัชญาศิลปะ - ตัวนี้ไม่เคยเรียน (พอดีลงตามเพื่อนอีกกลุ่มนึง เลยไปเรียนอีกวิชา) แต่อยากเรียน ตอนปีห้าดันไปลงผิดเป็นตัวถัดไป ก๊ากกกกกก ก็เห็นว่าไหน ๆ เราก็ชอบศิลปะ ก็เลยอยากเรียนเฉย ๆ อะ (บอกแล้วว่า คนที่เหมาะกับปรัชญาคือคนชอบเสือก ฮาๆ) 

ปรัชญาในศิลปะ - ศึกษาปรัชญาที่แฝงมากับศิลปะแนวต่าง ๆ  ศึกษาแนวคิดของศิลปิน ว่าในการทำงานชิ้น ต่าง ๆ (ทั้งดังและไม่ค่อยดัง)  เค้ามีความหมายแฝงอะไร หรือไม่ อย่างไร ทำไม บลา ๆ  ศิลปะคืออะไร ความหมายของศิลปะที่มีในคนสร้างและคนเสพศิลปะนั้นๆ

จริยศาสตร์และสิ่งแวดล้อม - เนื้อหาทันโลกสุด ๆ  ว่าด้วยเรื่องของมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม  ว่าไอ้ที่เราใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดล้อม จริงๆ แล้วเป็นการฆ่าตัวตายทางอ้อมรึเปล่า?  เราควรรู้สึกผิดบาปต่อสิ่งแวดล้อม/ธรรมชาติหรือเปล่า?  หรือเราไม่ควรไปสน สนแค่ว่าเราได้ประโยชน์แค่ไหน เสียประโยชน์แค่ไหนก็พอ  พูดง่าย ๆ คือเป็นวิชาว่าด้วยจิตสำนึกของมนุษย์ที่อยู่อาศัยในโลกใบนี้ และใช้ประโยชน์จากมันมามากมาย

เทคโนโลยีจริยศาสตร์ - ตามชื่อวิชาเลย ว่าด้วยเรื่องของจริยธรรม กับ เทคโนโลยี  ว่าเทคโนโลยีที่สูงขึ้นทุกวัน มันมีปัญหามั้ย? ความคิดทางจริยธรรมของเราสูงตามความเจริญแค่ไหน?  เราควรจะยืนอยู่ระหว่างสองอย่างนี้ยังไงดี?

สุนทรีศาสตร์ - วิชาที่ว่าด้วยเรื่องของ ความงามกับมนุษย์  ศิลปะแง่ต่าง ๆ ที่มีบทบาทในสังคมมนุษย์นับแต่โบราณ เช่นพวก สิ่งก่อสร้าง ปฏิมากรรม จิตรกรรม คีตกรรม จารีตประเพณี และอื่น ๆ ที่จำไม่ได้ (ฮาๆ) มีเนื้อหาครอบคลุมไปในผลงานทางศิลป์ต่าง ๆ ของมนุษย์ทั่วโลก นับแต่ยุคหินโบราณมาจนยังปัจจุบัน (ประทับใจกับเดวิดที่ "เล็ก" ลง ก๊ากกกกกกก น่าสงสารเดวิดจริงๆ)

ปรัชญาภาษาพูดถึงภาษาที่มนุษย์ใช้ ในแง่ปรัชญา ว่ามีหลักเกณฑ์อย่างไร  ภาษามีอยู่เพื่ออะไร บทบาทในสังคมของภาษา  การใช้ภาษาที่ไม่ถูกต้อง  ภาษาที่ใช้เพื่อให้เข้าใจผิด  ความหมายของภาษาที่ไม่ตรงกับความหมายที่แท้จริง  เจตนาของคนใช้ภาษาที่พูดด้วยความหมายที่ไม่ตรงกับความหมายที่ถูกต้อง แต่คนฟังสามารถเข้าใจความหมายที่แท้จริงได้ (ใช่ซี๊~~!!!) บลา ๆ ๆ  (จริง ๆ แล้วอาจไม่ถูกต้อง เพราะเรา E วิชานี้มารอบนึง ก๊ากกกกก )  เอาเป็นว่า  ชื่อวิชาเป็นไง  ก็เป็นตามนั้นแหล่ะ เข้าใจง่าย ๆ

ตรรกะ - จะต้องอธิบายอะไรอีกหรอ   เอาเป็นว่า มันคือวิชาตรรกะ  ตั้งแต่  ว่าด้วยการใช้ประโยคตรรกะ ถูก/ผิด   ไปจนถึงการวิเคราะห์หาค่าความจริงในแง่ต่าง ๆ แต่สำหรับนิสิตเอกปรัชญา จะเรียนแบบเข้มข้นกว่าคลาสที่มีคนนอกเรียนด้วย เราไปเรียนแก้ E วิชานี้กับนิสิตเอกอื่น รู้สึกว่าทำไมมันง่ายแบบนี้!!! แสดดดด ไอ้สูตรนรก 21 ข้อนั่นก็ไม่มีสอนด้วย แย่!!!

การโต้แย้งด้วยเหตุผล - ว่าด้วยเรื่องของ การยกข้ออ้างที่ฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถหาช่องโหว่ได้  และ เน้นไปที่การหาจุดอ่อนของฝ่ายตรงข้ามขึ้นมาใช้เพื่อให้ฝ่ายเราได้เปรียบในการโต้แย้ง มีเนื้อหารวมไปถึง การวิเคราะห์สภาพจิต/การกระทำ/สถานการณ์แวดล้อม ที่มีผลต่อการกระทำของบุคคล เพื่อมองให้เห็นถึงเหตุผลภายใต้จิตใจและการกระทำของบุคคลนั้น  warning ไม่เหมาะสมในการใช้สกิลนี้กับผู้มีอำนาจเหนือกว่า เช่น เจ้านาย หรือ พ่อแม่  เพราะอาจโดนตบบ้องหูเอาถ้าใช้ผิดวิธี...  วิชานี้ควรใช้ร่วมกับวิชาสาลิกาลิ้นทอง

การศึกษาค้นคว้าทางปรัชญาด้วยตนเอง (ทีสิด) - การประมวลผลว่า ในจำนวนวิชาด้านปรัชญาต่าง ๆ ที่ได้เรียนมา 4 ปีนั้น  คุณเก็บเกี่ยวได้แค่ไหน?  เอามาใช้ประโยชน์ได้แค่ไหน?  ฉะนั้น ในระหว่างที่ยังไม่ต้องทำทีสิด ขอแนะนำให้ค้นหาตัวเองให้เจอ  ว่าชอบปรัชญาแนวไหน และถนัดแนวไหนที่สุด   ก็เอาแนวนั้นแหล่ะมาต่อยอดเป็นหัวข้อทีสิด  จะทำให้ทีสิดผ่านง่ายมากๆๆๆๆ   (เราถนัดด้านวิเคราะห์ ใช้เวลาในการพรีเซนท์ทีสิดให้ผ่าน... ไม่เกิน5 วัน   ทำ paper เสนอของแต่ละบทเอาคืนก่อนส่งนี่แหล่ะ ก๊ากกกกกก   ที่เหลือก็แค่มาแก้สำนวนทั้งนั้น)

จะตายจะรอด อยู่ที่ตอนเลือกหัวข้อนี่แหล่ะ....  หัวข้อดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

 

 

หมดทุกวิชา(ที่รู้จัก)ยังวะเนี่ย

 

 สายปรัชญาตะวันออก

ก็เรียนทั้งปรัชญาจีน และ ปรัชญาอินเดีย  ซึ่งสองแขนงนี่ อยู่ในชื่อวิชา ปรัชญาจีน / ปรัชญาอินเดีย (เท่านั้น!!  แต่ปรัชญาตะวันตกแม่งเรียนกันให้อ้วกไปข้าง   แต่จะไปว่าเค้าก็ไม่ได้  คนสร้างมันเป็นตะวันตกนี่หว่า... ไอ้ปรัชญาตะวันออก ใส่มาให้มันครบเท่านั้นแหล่ะ เดี๋ยวจะโดนหาว่าแบ่งแยกสีผิว เอิ้ว )

 

 ปรัชญาจีน และ ปรัชญาอินเดีย นั้น แบ่งออกเป็น ภาคทฤษฏีและภาคปฏิบัติ

 

ฟังดูแล้วน่าปวดตับ!?

 

ขอโบกว่า มันสนุกกว่าเรียนปรัชญาอีค้านท์หลายเท่า   

 

 ภาคทฤษฏี

 ปรัชญาจีน  -  เรียนเรื่องนักปรัชญาจีน ซึ่งคัดมาเรียนแนวคิดอยู่ 4 คน  (ถ้าจำไม่ผิดนะ แต่เราจำได้สองคน ฮาๆ) เช่น  ขงจื้อ (อาร์ตตัวพ่อของปรัชญาจีน) เล่าจื้อ (และคนอื่นที่ไม่ค่อยสำคัญ เราเลยจำไม่ได้ ก๊ากๆๆ)

เมื่อเรียนปรัชญาจีน จะรู้สึกได้ถึง ความละเมียดละไมในแนวคิด ที่ชาวตะวันออกมีต่างจากชาวตะวันตก  อาจารย์ที่สอนพูดไว้ว่า ปรัชญาตะวันออก จะเน้นการอยู่กับโลกและธรรมชาติ  ในขณะที่ปรัชญาตะวันตก เป็นไปในลักษณะที่แข็งกระด้างกว่า ต้องการจะควบคุมโลกและธรรมชาติมากกว่า )

วิชาปรัชญาจีน... ทำให้เราเข้าใจว่า ทำไมจิ๋นซีถึงเผาตำราขงจื้อ... เหอะๆๆๆ  (เป็นความสัมพันธ์ที่เปรียบได้กับ รัฐบาลทักษิณและญาติ กับ แป๊ะลิ้มและผองเพื่อน  ยังไงยังงั้น... )

 

 ปรัชญาอินเดีย  -  เรียนเรื่องแนวคิดพื้นฐานความเชื่อของชาวอินเดีย ปรัชญาอินเดียเป็นวิชาที่น่าสนใจมาก สามารถนำความรู้มาต่อยอดแต่งฟิค/เขียนออริ ได้อีกมากมาย   ทั้งเรื่องของความเชื่อด้านวิญญาณ  ด้านตัวตนที่แท้ของทุกสิ่ง  ความคิดที่มีต่อความดีและสังคม

ได้เข้าใจว่า ทำไมชาวอินเดียถึงยึดติดกับเรื่องวรรณะกันมาก   ทำไมชาวอินเดีย(บางเผ่าพันธุ์)ถึงดุร้ายและโหดเหี้ยมกับเพื่อนมนุษย์ตาดำ ๆ ได้ลงคอ 

ทั้งนี้ทั้งนั้น  วิชาปรัชญาตะวันออกทั้งสองนี้   ผู้เรียนจำเป็นต้องมีจินตนาการสูงส่งอยู่ระดับหนึ่งเลยทีเดียว... เพราะมันเป็นวิชาที่ว่าด้วยศาสตร์อันล้ำลึกกกกกกกกกก อาร์ตตัวพ่อตัวแม่มากๆ

 

และทิ้งท้ายด้วย  วิชาที่เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสำคัญแค่ไหน

 

ปรัชญาไทย / ปรัชญาการศึกษาไทย

  ................ คือแบบว่า   มันต่างกับวิชาประวัติศาสตร์ไทย (ช่วงร.4 - ร.7 ) นิดเดียวเองอะ  เป็นวิชาที่ให้อารมณ์ม๊อปนักศึกษาธรรมศาสตร์มากๆ  อธิบายไม่ถูก เหอๆๆๆ  เป็นวิชาเลือกน่ะ จะเรียนไม่เรียนก็ได้

 

 

 ภาคปฏิบัติ

  ปรัชญาจีน  - เรียนรำมวยไทเก๊กกัน...  สนุกนะเออ!! ถ้าสามารถพอ จะเอาไปประยุกต์เป็นศิลปะป้องกันตัวได้ด้วยนะ  ร่างกายก็แข็งแรงขึ้น (แบบว่า มีตอนนึง อาจารย์เค้าท้าให้ยืนขาเดียวกัน... ไม่มีใครยืนนานสู้อาจารย์ได้เลย โดนแซวทับเลย ว่าพวกคุณอายุยี่สิบ  ยังร่างกายแข็งแรงสู้ผมที่อายุห้าสิบไม่ได้ )

 

 ปรัชญาอินเดีย  - เรียนโยคะกันอย่างหลับสบายหายเมื่อยเลยทีเดียว ฮาๆๆๆ ช่วงที่เรียน เพื่อน ๆ จะบ่นว่าอ้วนขึ้น (เพราะว่าเรียนเสร็จก็ทุ่มกว่า สองทุ่ม แล้วก็หิวกัน กินเยอะกว่าเดิมอีก ก๊ากก)

 

 

 ศาสนา - เรียนกันตั้งแต่ศาสนายุคโบราณอีกเหมือนกัน แล้วก็แบ่งเป็น

ศาสนาพุทธ (ซึ่งมีวิชาแตกย่อยเป็น วิชาการทำสมาธิอีกตะหาก(บังคับเรียนด้วย) มีวิชาพระไตรปิฏกศึกษาด้วยนะเออ อาจารย์เจ๋งที่สุดในมหาลัย!! เพราะอาจารย์ตาบอด เอิ้ววว สุดยอดมากๆๆอะ  ถ้าจำไม่ผิด เค้าจบปริญญาเอกจุฬาด้วยนะ  ไม่รู้ตอนนี้ยังสอนอยู่รึเปล่า เพราะเป็นอาจารย์นอก )

ศาสนาพรามหม์+ฮินดู  (วิชาเก็บเกรดอย่างแท้จริง)

ศาสนาคริสต์ (เรียนพวกไบเบิ้ล)

ศาสนาอิสลาม (เรียนพวกอัลกุรอาน)

ศาสนาเปรียบเทียบ (ก็เหมือนชื่อแหล่ะ เกรียน เอ้ย เรียนเกี่ยวกับศาสนาต่าง ๆ ประมาณว่า เอาให้รู้ว่า ศาสนาทั้งหลาย มันเหมือนกันอย่างไร ต่างกันตรงไหน  มีข้อดีเอาไปใช้ได้จริงยังไงบ้าง   เรียนเพื่อเข้าใจ  ไม่ใช่ เรียนเพื่อต่อต้าน )

 

 อื่น ๆ ก็คือ นึกไม่ออกแล้วค่ะ    จำชื่อวิชาได้เยอะขนาดนี้ก็บุญแล้ว

  ว่าแต่...

Zen กับ เต๋า ที่ไม่ใช่สมชาย กลัดเข็มเนี่ย... ควรจัดว่าเป็นปรัชญาหรือศาสนาดี?   ถึงมันเรียนอยู่ในปรัชญาจีน  แต่เราว่ามันก็กึ่ง ๆ ระหว่าง ปรัชญา และ ศาสนา เนี่ยแหล่ะ

 

 - สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?

ใช้ปรับปรุงคุณภาพชีวิต (ก๊ากกกกกก) แบบว่า... สำหรับแราแล้ว มันช่วยเติมเต็มสิ่งที่อยากรู้หลาย ๆ อย่าง ที่คงไม่มีวันได้จากสาขาวิชาอื่น ซึ่งมีแต่สอนความรู้ยัดหัว  แต่ไม่ได้สอนวิธีใช้งานให้ชีวิตมีความสุขขึ้น 

(เช่น วิชาบัญชี!! อร๊ากกกกกกกกก)

จริง ๆ แล้ว มันช่วยให้เราอยู่รอดปลอดภัยในยุคที่ผู้คนใส่หน้ากากเข้าหากันอย่างตอนนี้   ถ้าเราใช้วิชาที่เรียนมาได้ถูกต้อง  เราจะสามารถคิดได้  คิดถูก คิดดี  ไม่หลงไปตามกระแสสังคม  รู้จักการใช้สติ  รู้จักการใช้เหตุผล (ซึ่งหลาย ๆ คนอ้างว่ามี แต่ไม่เห็นแม่งจะใช้)  รู้จักการวิเคราะห์สถานการณ์  อ่านใจคน และ ปลงกับคนห่วย ๆ ได้เก่งขึ้น และเอาเวลาที่นั่งด่าคนอื่น(ที่หน้าทำเนียบ) ไปทำอะไรที่สร้างสรรค์กว่านั้น

แต่ถ้าจะเอารายชื่อสาขางานอย่างชัดเจนล่ะก็ เพียบ....  เช่น ที่ฮิตๆ กันก็คือ าขาด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ บริหาร   โดยอาจเรียนปริญญาตรีหรือโทอีกใบในสาขาข้างต้น  พื้นฐานจากการเรียนปรัชญาจะสามารถช่วยได้มาก ถึงมากที่สุด

หรือไม่ก็อาจไปต่อด้านการตลาด  ทำงานด้านแผนกบุคคล มาเก็ตติ้ง บลาๆ

ส่วนมากที่ฮิต ๆ กันก็คือ เรียนปรัชญาควบนิติ  แล้วไปสอบทนาย/อัยการ เอา (อัยการนี่สอบอันเดียวกับทนายป่าววะ ก๊ากกก)  ส่วนแนวรัฐศาสตร์และบริหาร...  ก็ถ้ารัฐศาสตร์/บริหารจบแล้วทำงานอะไรได้  ก็ตามนั้นแหล่ะ (เล่นง่าย)

หรือไปสายศิลปะก็ส่งเสริมกันดี การเรียนปรัชญาและศาสนา สามารถเพิ่มพูนความสามารถ จินตนาการและแนวคิด ในการสร้างสรรค์งานด้านศิลปะได้มาก  ทั้งด้านสายถ่ายรูป  วาดรูป  การครีเอทต่าง ๆ  รวมถึงงานเขียน ตั้งแต่การเขียนคอลัมภ์ ตำรา ไปจนนวนิยาย

ส่วนสายวิทย์อื่น เช่น หมอ วิศวะ ได้ข่าวว่ามีวิชาเรียนตรงกับสายปรัชญาและศาสนาหลายตัว ฮาๆๆ  แต่ก็นั่นแหล่ะ ถ้าอยากเป็นหมอ / วิศวะ แต่แรก   ก็ไปเรียนสาขาโน้นสิ  ใครเค้าจะมาเรียนเอกปรัชญาและศาสนา...

 

  การเรียนปรัชญาและศาสนา  จะได้ประโยชน์ในแง่ การบริหาร การจัดการทรัพยากรมนุษย์ การสร้างสรรค์ การดูแลความถูกต้องเหมาะสม   ใครคิดว่างานไหนที่ใช้ประโยชน์ 4 อย่างข้างต้นได้บ้าง  ก็งานนั่นแหล่ะที่คุณสามารถเอาสาขาวิชานี้ไปใช้ได้

 

 - บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ

ใช้จินตนาการสูงๆๆๆๆๆ  และพยายามเข้าใจ มากกว่า ท่องจำ  เทียบเป็นอัตราส่วนของจินตนาการ/เนื้อหาในหนังสือ ได้เป็น 65:35  โดยประมาณ (จากคนที่จำไม่เก่งอย่างเรา  จนได้ F วิชาตรรกะและทฤษฏีปรัชญาจีน แต่สอย B ได้จากวิชาแนววิเคราะห์ทั้งนั้น ฮาๆๆ)

 

เอาจริงๆแล้ว  ถ้าตั้งใจเรียน (เหมือนเพื่อนเราที่ได้เกียรตินิยม)  ไม่คุยในห้อง (เหมือนอีรุ่นน้องสุดห่วย)  ไม่โดดเรียน (เหมือนกระรอกฉ่อยบางตัวที่ถ้าไม่ป่วยก็เผางานฟรีแลนซ์จนดับชีพคาโต๊ะ ฮ่วย)  มาเรียนให้ทันจะได้ไม่โดนเช็กขาด (เหมือนเราที่มัวแต่เล่นแร๊คนรกจนตื่นเรียนคาบเช้าไม่ทัน.... เกือบหมดสิทธิ์สอบแหน่ะ ดีนะเป็นวิชาของ อ.ที่ปรึกษา ที่ปากร้ายแต่ใจดี  ได้ D ก็ยังดีกว่า เรียนใหม่ปีหน้าล่ะวะ... ขี้เกียจ...) การเรียนให้ได้เกรดสวย ๆ ก็ไม่ยากหรอก 

(ไม่อยากจะคุย ถ้าเอาความเริ่ดดดดดเฉพาะในวิชาปรัชญาที่ชาวบ้านไม่เข้าใจ  เราทำได้ดีกว่าเพื่อนทุกคนในห้องอีก  (เพราะแม่งเพ้อเจ้อเก่ง) แต่เกรดลุ่ม ๆ ดอนๆ เฉียดโปรทุกสองเทอม  เพราะขี้เกียจเนี่ยแหล่ะ มีเทอมนึง ได้ 1.50 พอดีเป๊ะด้วยล่ะ กร๊ากกกกกกก พอดีเทอมนั้นตกวิชา 3 หน่วยกิตไป 2 ตัว เปรี้ยวได้อีก...  )

 

แถมอีกหน่อย อยากให้ฝึกภาษาอังกฤษกันเยอะๆ แบบว่า... ชีทเรียนราวครึ่งนึง (และอาจรวมถึงข้อมูลทำทีสิด) เป็นภาษาอังกฤษ

แล้วก็  อยากให้ฝึกพื้นฐานภาษาไทยกันเยอะ ๆ เพราะนอกจากจะต้องแปลชีทอังกฤษเป็นไทยแล้ว  ส่วนใหญ่ยังต้องแปลไทยเป็นไทยอีกตะหาก   ไอ้พวกศัพท์วิบัติ พูดจาภาษาคนไม่รู้เรื่องเนี่ย อย่าริคิดมาเรียนเลยค่ะ (ก๊ากก)  ปรัชญาเป็นภาษาเฉพาะนะเออ (แต่ถ้าเชี่ยวชาญคุโรมาตี้ศาสตร์ นับว่าคุณเหมาะกับการเรียนปรัชญาอย่างสุดๆ )

 

- อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??

 เอกปรัชญาและศาสนานี้ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้เห็นเงินเป็นพระเจ้า   เพราะถ้าเรื่องเงินสำคัญมาก ๆ สำหรับน้อง ๆ ที่คิด (หลงผิด) จะเรียนสาขานี้  เปลี่ยนตัวเลือกเถอะ...

จบสาขานี้ ไม่ตกงานชัวร์ (ถ้าไม่เลือกงาน)  แต่ขึ้นอยู่กับว่า ตัวน้องขวนขวายแค่ไหน ....ในการหาความรู้อื่นเพิ่ม   เน้นไปที่วิชาโท  และความสามารถพิเศษ จะช่วยได้มาก 

ปริญญามันก็แค่ใบเบิกทาง ของจริงมันอยู่ที่ตอนทำงาน  ว่าเราจะอยู่ท่ามกลางคนอื่น (ที่เป็นคู่แข่งด้วยในขณะเดียวกัน) ได้รอดแค่ไหน?

และอย่าคิดว่า สาขาปรัชญาและศาสนา มันอะไรก็ไม่รู้  ไปเรียนอะไรที่ดูแล้วเท่+ฉลาดกว่านี้ดีกว่า  <<< เพราะว่า สาขาปรัชญาและศาสนา คือสาขาวิชาที่ ทั้งเท่ และฉลาดที่สุด!!! ...........อย่างกว้าง ๆ อะนะ ฮาๆๆๆ

อย่าเอาไปเทียบกะพวกเรียนสาขาวิชาเฉพาะ เช่น หมอ วิศวะ สถาปนิก     เค้าเรียนแบบเจาะลึกมา  เค้าย่อมรู้ลึกกว่าอยู่แล้ว   

ปรัชญา สอนให้เข้าใจคน  ศาสนา สอนให้เข้าใจโลก   สิ่งที่น้อง ๆ ทุกคนจะสามารถเก็บเกี่ยวได้จากสาขาวิชานี้ คือ วิธีการมองทุกสิ่งรอบตัวด้วยความเข้าใจ (ฟังดูเท่ ) ถ้าน้อง ๆ พยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เรียนจากสาขานี้ เมื่อจบออกไป น้องจะพบว่า  น้องโตกว่าคนอื่นมาก ในด้านวิจารณญาณ   ด้านอารมณ์  ด้านมนุษย์สัมพันธ์ ด้านการแก้ปัญหา  ด้านการแบ่งความสำคัญให้แก่เรื่องต่าง ๆ (เถียงเก่งขึ้นด้วย แปลกแต่จริง )

ทั้งนี้ทั้งนั้น ย้ำอีกทีว่า สิ่งที่จะได้ข้างบน คือเฉพาะในกรณีที่เก็บเกี่ยวประโยชน์จากสาขานี้ได้สำเร็จนะ.... ไอ้พวกสักแต่ เรียนและตอบข้อสอบโดยเน้นเอาเกรด ก๊อปคำตอบจาำกหนังสือมาคำต่อคำ แต่ไม่ได้เข้าใจความหมายที่แท้จริงเลย  เรียนไปก็ไม่ได้ผลหรอก

 (เพื่อนอิชั้นคนนึง ตอบข้อสอบทีไร มันยกประโยคกล่าวอ้าง+โจทย์+น้ำมากมายที่่ไม่ใช่คำตอบ  มาใส่กระดาษสอบเป็นอย่างต่ำ 1 หน้ากระดาษ เอ 4 เลยค่ะ สำหรับ 1 ข้ออะนะ  ถ้ามีข้อสอบหลายข้อก็ทบเข้าไป... )

 

ฝากสาขาวิชาปรัชญาและศาสนา ไว้ในอ้อมใจคนอ่านด้วยนะคะ ถ้าไม่ใช่เด็กออทิสติก ที่พูดอะไรก็ไม่ฟัง ไม่เข้าใจ (เหมือนรุ่นน้องเราบางคน...ที่ไม่รู้จักคำว่า กรุณาเงียบเสียงในห้องเีรียน)  ก็เรียนได้แน่ค่ะ

  ----------------------------------------------

 #1  Pear ♪ - ก็เข้าใจยากจริงๆแหล่ะค่ะ   ใครที่คิดอยากเข้าก็มีความคิดที่เข้าใจยากแล้ว 

คือเอกปรัชญาและศาสนานี้ ขอสารภาพว่า เข้าได้ด้วยความบังเอิญจริงๆ ก๊ากกกก แบบว่า ตอน ม.ปลาย เราเรียน ปวช. เลยลองสอบเอนท์เล่นๆดู  ก็แค่อยากรู้ว่าในสภาพที่ไม่ได้เตรียมพร้อม  ไปสู้กะเด็ก ม.ปลายคนอื่นที่เตรียมสอบเข้ามหาลัยอย่างตั้งใจ  จะทำได้แค่ไหน ....ตอนแปะเลือกคณะ เพื่อนแปะให้ เรากะลังโทรเครียดเรื่องผลอะไรซักอย่าง ให้น้องสาววิ่งไปที่โรงเรียนไปดูกระดานแปะค่าคะแนน  เลยปล่อยให้เพื่อนทำให้  ฮาๆๆ   เพื่อนมันคิดยังไงของมันมิแซ่บ  เอกปรัชฯ ใช้คะแนนเข้า 150 มันแปะไว้อันดับ 2  เอกโบราณฯ/ญี่ปุ่น ของศิลปากร คะแนนเข้า 250 มันแปะไว้อันดับ 3 ก๊ากกกก    ถึงคะแนนเอนท์เราจะราว 280+ เราก็โดนไอ้ 150 ที่อันดับ 2 มันดักไว้ ฮาๆๆ

ก็เลยเรียนดูขำๆ   เบื่อกับข้าวในโรงอาหารที่เดิมแล้ว  จะเปลี่ยนที่กินข้าว (คิดแค่นั้นจริงๆแหล่ะ)

 #2  Nancy อารมณ์ดี  - ขอบคุณค่ะ แหะๆ ว่าจะไปแปะบอกอยู่เหมือนกัน

 #3 xi - ยุคหลัง ๆ มันแตกไปหลายสายเกินไป = =  เราก็จำเฉพาะบางคนที่ชอบมากๆ เช่น รุสโซ ปรัชญาเซน ปรัชญาอินเดีย และเกลียดมาก ๆ  เช่น อีค้านท์ และ ขงจื้อ

 # 4  KeeChan - ก็ ไอ้คำอธิบายของแต่ละแนวคิด  นั่นก็คือเนื้อหาที่เรียนน่ะแหล่ะ ตามนั้นจริงๆ ถ้าสนใจก็เข้า wikipedia หาได้เลย (ก๊ากกกก เลวอีก ขี้เกียจอีก)

 # 6 แมลงปอยิ้ม @ DOUBLE PURI - ยังแค้นอยู่...  เป็นความเสียใจอย่างเดียวที่ได้จากการเรียน 5 ปี  และชั้นเรียน 5 ปีเฟ้ย ไม่ใช่ 4 ปี  เพราะว่าค่าเทอมเหมาจ่าย  เลยดองทีสิดเอาไว้ข้ามปี ทั้ง ๆ ที่เหลือแค่แก้สำนวนเขียน แล้วไปลงเกินไว้หลายวิชา (ตอนปีหนึ่งขี้เกียจตื่น8 โมงมาหลับในคาบบัญชี เราเลยขาดวิชาเลือกเสรีไป 1 ตัว กะขาดพละไปอีก 1 ตัว) ก๊ากกกกกก ไม่ได้กะเกียรตินิยมอยู่แล้ว  กะว่าวิชาไหนที่เรียนแล้วไม่ชอบ ก็ค่อยไปถอนทิ้ง 

สุดท้ายก็เรียนวิชาเลือกเสรีของเอกปรัชฯ เกินมาตั้งสอง-สามตัวแหน่ะ  (นี่ถ้าไม่ใช่เพราะมีเพื่อนจบพร้อมกันอีกสองคน  คงจะอยากเรียนอีกปี 5555555555+)  สนุกดี  ชอบมาก  ค่าเทอมแบบเหมาจ่ายเนี่ย   ยิ่งปี 5 นะ เพิ่งรู้เหมือนกันว่าค่าเทอมลดลงมาตั้ง "ครึ่งนึง!!!" โอ๊วว๊าว  ถ้าไม่ใช่ค่าเทอมเหมาจ่าย ทำแบบนี้ไม่ได้แหงๆ  ลงวิชาเรียนแบบสะใจมาก

อีกอย่างที่เถียงเก่ง เพราะว่าเป็นคนเถียงไม่เก่ง (ไม่รู้ล่ะสิ)  เลยไปเล็งวิชา "การโต้แย้งด้วยเหตุผล"  เอาไว้ตั้งกะอยู่ปีหนึ่ง  ก๊ากกกกกก เป็นวิชาที่ตอนนั้นคิดว่ามันน่าจะยากเหี้ยๆ เพราะว่า 1. อ.คนที่สอนเป็นคนที่อาร์ตตตตตตตัวพ่อ ที่สุดในภาควิชา (คนเดียวกะที่สอนไทเก๊ก อุบส์ครึ่กๆ ใครรู้จักก็เหยียบไว้นะ) เราชอบเรียนกะเค้านะ สนุกดี (สงสัยเพราะอาร์ตตตตตตเหมือนกัน) 2. เป็นวิชาที่รุ่นพี่ปี 3 (ในขณะนั้น) ถอนวิชายกคลาส  ก๊ากกกก แบบว่าพี่กลุ่มนั้นเค้าโคตรเรียนเก่งอะ อาร์ตมากด้วย โคตรเด็กแนวปรัชญาสุดๆ  ยังเรียนไม่ไหว บอกยากเกินไป.....

กูเปรี้ยวค่ะ กูอยากเรียน อยากรู้ว่ามันยากแค่ไหน 

 สุดท้ายก็ได้เกรด B สวยๆ มาตัวนึง สนุกดีออก  เรียนกะรุ่นน้อง (ช) อีกสองคน  ที่แม่งอาร์ตพอกัน  เป็นวิชาที่เข้าใจเลยว่าทำไมตอนนั้นรุ่นพี่ถอนทิ้ง....

 

 # 7   persona non grata - จำได้ว่า ตอนเรียนวิชาเลือกเสรีของปรัชญา ก็มีคณะวิศวะ กับ หมอ มาเรียนด้วยเป็นบางวิชา  (อาจารย์เล่าว่า บังคับเรียน ไม่งั้นไม่จบ)   สรุปแล้วการเรียนวิธีคิดและศีลธรรม ก็บังคับมาเรียนจากเอกปรัชญา/ศาสนาหรอเนี่ย...  

 แต่เราก็ชอบเรียนวิชาเลือกของปรัชญา สนุกดีจริงๆแหล่ะ ได้คิดอะไรหลาย ๆ อย่าง  พอไปมองตัวเองสมัยก่อน ถึงพบว่าตอนนี้หลุดออกจากกรอบเดิมมาเยอะมาก  มันซึบซับมาอย่างไม่รู้ตัว

 

 # 8  Sp@rk  - เรียนมาห้าปี เกลียดอีค้านท์ที่สุด  คนอะไรโคตรยกย่องมนุษย์ผู้ชาย    ปรัชญาญี่ปุ่น ไม่รู้ว่ามีเป็นรายวิชารึเปล่า (เหมือนจะเห็นแว๊บๆ ในหนังสือรายชื่อวิชา แต่ไม่ได้เรียน เพื่อนก็ไม่มีใครเรียน เลยไม่รู้อะ)  ก็ได้เรียนแค่ Zen กับ ชินโต กับอย่างอื่นนิดหน่อย  ตอนเรียนศาสนาเปรียบเทียบ กะ สุนทรีสาดดดดด  คิดว่าถ้าเรียนปรัชญาศิลปะ (ซึ่งเราพลาด!! ไปลงเป็นปรัชญาในศิลปะ)  น่าจะได้เรียนเยอะกว่านี้

 

 # 9  ☆hana★はなっぺ☆   -  เรียนที่ไหนล่ะนั่น ศิลปากรมีด้วยหรอ??   

 

 # 10  ~๐Yuki`Shizuku๐~*♥ - จริงๆแล้วเป็นวิชาที่ใครเรียนก็ได้นะ ถ้าเปิดใจและทุ่มเทให้กับมันมากพอ   ส่วนไบเบิ้ล เราเคยได้มาตอนจบประถม (โรงเรียนคริสต์น่ะ) อ่านดูเหมือนจะรู้เรื่อง.. แต่ก็ไม่รู้เรื่องเท่าไหร่ เพราะเหมือนว่าจะมีความหมายแฝงเยอะเกินไป คิดมากจนงง   ส่วนพระไตรปิฏก  ก็เหมือนจะอ่านรู้เรื่อง  แต่ก็ไม่ค่อยเข้าใจสำนวนเหมือนกัน ฮาๆๆ   สรุปเราอ่านคัมภีร์อัลกุรอานได้เข้าใจมากสุด ก๊ากกก (หมายถึงแปลไทยอะนะ)

  #15 ~กวงคุง~ watashi wa HS-TAC desu  - เรื่องโยคะ/ไทเก๊ก ไม่รู้ว่ามหา'ลัยอื่น จะเป็นหลักสูตรเดียวกะของเราป่าวนะคะ  

  #16 D û D e ` z - อยู่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ไม่ขอเอ่ยนาม ที่มีรถไฟฟ้า รถใต้ดิน แล้วก็เรือ ผ่านน่ะค่ะ

  #17 Repentant - สนุกจริง แต่บางทีก็เครียดจนสาปแช่งนักปรัชญาไปหลายคนเหมือนกันค่ะ ฮาๆ

  #18 ☆Kiit0☆  - รอให้คนเขียนสาขานี้เหมือนกัน รอจนแทคกึ๋นตกฮอตโพสหน้าแรกหมดแล้ว ยังไม่มีซักคน เหอๆๆ เราไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่ามีเอกสาขานี้ด้วย ฮาๆ แบบว่าเคยเอนท์ครั้งแรก ไม่รู้เรื่องซักอย่าง ถ้าไม่มีเพื่อนสงสัยคงจะเรียน ปวช. อยู่ที่เดิมแน่ๆ  

 # 19 Nadnadar (The Flaneur)  - นอกจากจะกินพลังชีวิตเป็นพิเศษแล้ว จบคาบมายังไม่แน่ใจอีกตะหาก ว่าเนื้อหาหลักที่เพิ่งเรียนไปตะกี้มีอะไรบ้าง... ฮาๆ 

[อย่าฟันธงอะไร ให้ตอบแบบอ้างโน้น อ้างนี้ อ้างคนโน้น อ้างคนนี้ ใส่ความคิดเห็น แต่ต้องไม่ลืมคำที่อ่านแล้วดูลังเลๆ ประมาณว่าเราเองก็ไม่อยากจะเชื่ออย่างนี้เหมือนกัน...ตอบวกวน งงๆ กลมๆ แต่ไม่ชี้ชัดว่าคืออะไร เรากระจ้อยร้อยเกินกว่าจะตัดสินอ.เราชอบมาก]  ใช้ทริกเดียวกะเราเลย ฮาๆๆๆ   ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ

 #21  นอนเช้า ตื่นบ่าย   - ขอบคุณค่ะ (เราก็คิดมานานแล้ว ว่าได้เรียนสาขานี้เพราะโชคแหงๆ)  จริง ๆ แล้วลองหาพวกหนังสือปรัชญาทั่วไป ไม่ก็ สรุปเล็คเชอร์ของราม มานั่งอ่านก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบนะคะ ยังไงนักปรัชญาก็คือคนใฝ่รู้อยู่แล้ว ถึงจะไม่ได้เรียนกับอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย แต่อ่านเยอะ คิดเยอะ แล้วมีคนที่คอยถกประเด็นต่าง ๆ ด้วย ก็เหมือนกับได้เรียนน่ะแหล่ะค่ะ

 #22 ★ STARBUCKS! no coffee,no me and no you!   -  [ไม่เหมาะที่จะเรียนเพื่อประกอบวิชาชีพ แต่เหมาะที่จะประกอบการประกอบวิชาชีพอีกที ] ปรัชญาและศาสนาก็เป็นวิชาแบบนั้นแหล่ะค่ะ   ก็เหมือนผงชูรส ที่จะไม่ใส่อาหารก็ได้  แต่พอใส่แล้วก็อร่อยกว่าเดิม   

เรื่องโลกของแบบ เราเห็นด้วยกับทางอริสโตเติ้ลมากกว่าเพลโต้น่ะค่ะ  เราชอบในทฤษฏีที่ว่า  "แบบ" ที่ว่า จริงๆ แล้วเกิดจากการที่มนุษย์จัดหมวดหมู่ของสิ่งต่าง ๆ เอาไว้ จากประสบการณ์ เช่นที่เรารู้ว่า ม้าคือม้า จากการที่เราเห็นม้ามาจำนวนหนึ่งจนสามารถแยกแยะมันออกจากสิ่งอื่นได้  แม้ว่าต่อมาเราจะเจอม้าสามขา เราก็ยังจัดว่ามันเป็นม้าอยู่ดี (รู้สึกยิ่งอธิบายยิ่งออกนอกเรื่อง)

ของเพลโตจะเป็นแนวว่า ลึกลงไปในมนุษย์ จิตของเรายังจำ "แบบอันสมบูรณ์" ได้อยู่ แม้ว่ามนุษย์จะไม่ได้อยู่ใน "โลกของแบบ" อีกต่อไปแล้ว  เราก็ยังจำมันได้ (อยู่ลึ๊กกกลึก) เราจึงสามารถสร้างสิ่งเหล่านั่นออกมาโดยพยายามเลียนแบบ "ความสมบูรณ์" ในความทรงจำอันเลือนลางของเราอยู่ 

คนที่เอนเอียงไปทางอริสโตเติ้ลอย่างเราเลยมองว่าทฤษฏีของเพลโต คล้าย ๆ กับดินแดนของพระผู้เป็นเจ้าทางศาสนาคริสต์ ............แต่บางทีเพลโตอาจจะถูกก็ได้นิ ใครจะรู้ เพียงแต่ไม่สามารถหาหลักฐานยืนยันได้แค่นั้นเอง ฮาๆ

 ตอนเรียนปรัชญาจีนนี่... มันแฝงการเมืองมาด้วยมากมาย โดยเฉพาะของขงจื้อ แทบจะมีแต่เรื่องการเมือง การปกครอง กับ จารีตประเพณี  ดีนะที่มีอาจารย์อธิบายให้ฟัง  ถ้าอ่านเองล่ะก็ มีการเข้าใจผิดเอาง่ายๆ  (ตอนเรียนวิชาปรัชญาเกือบทุกวิชา อาจารย์จะสอนในลักษณะที่จะถามก่อน ว่าเราตีความกันยังไง  แล้วก็จะตอบว่า ผิด ผิด ผิด ผิด ตลอดเวลา ก่อนจะเฉลยให้ทุกคนอึ้ง.... ถ้าอ่านแต่หนังสือไม่เข้าฟังเล็คเชอร์ ก็สอบไม่ได้แหง ๆ )

 ไม่ต้องมาอ่านบ่อยก็ได้ค่ะ ...อาย อัพไม่ค่อยมีสาระ เอาแต่กรีดร้องเรื่องผู้ชาย (ก็รู้ตัวดีนิ?) แต่ถ้าจะอ่านเฉพาะเอนทรี่นี้ เชิญตามสบายค่ะ (เพราะประจานตัวเองจนแทบหมดเปลือก ไปแล้ว )

 

 #23 chenlee - ตอนแรกที่ยังไม่รู้จักปรัชญา ก็แอบเกลียดเหมือนกัน (ฮาๆ) แต่พอมาเรียนแล้วถึงเพิ่งรู้ว่าเข้ากับนิสัยตัวเองมากแค่ไหน

 

 #24 เชิญคุณลงฑัณฑ์..บัญชา..T^T  - ทำแทคนี้สิคะ เราก็รอคนอื่นทำอยู่นานแล้วเนี่ย ...ขอสารภาพว่า เลอะเลือนไปเยอะเหมือนกัน  ที่จำได้บ้างเพราะเป็นอันที่จำได้จริงๆ (เอ๊ะ?) อันที่จริงแล้วเราเป็นคนขี้เกียจอ่านหนังสือสอบ กะว่าเอาความรู้เท่าที่จำได้ตอนฟังเล็คเชอร์ (ซึ่งก็นั่งวาดรูปไปด้วย.. เจริญล่ะ) ผลก็คือเกรดสวยงามมาก ได้มาทุกตัวแล้วยกเว้น A ฮาๆๆ  ทำให้อะไรที่จำได้ตอนสอบ ก็ยังคงจำได้ แต่อะไรที่เราจำไม่ได้ ก็จะไม่ได้ถูกเขียนไปด้านบน

ตอนเรียนศาสนาก็สนุกดีค่ะ (เว้นแต่วิชาปรัชญาคริสต์ เพราะเป็นอาจารย์เพิ่งจบ
ของอย่างนี้มันอยู่ที่ประสบการณ์ล่ะมั้ง) เรียนไปก็นึกถึงหนังสือ/การ์ตูนที่เคยอ่าน จนมีการนั่งเหม่อแล้วฟังเนื้อหาเลคเชอร์ข้ามเป็นระยะๆ (ก๊ากก)

เรียนสาขานี้คงจะไปบวชยาก ....เพราะจะกลายเป็นพวกชอบคิด คิดมากเกินไป จนปล่อยวางตามหลักศาสนาพุทธไม่ค่อยได้ ฮาๆ

#26 [P][e][a][c][H]  - เอ.. เราว่าเอนทรี่นี้เราเป็นกลางมากแล้วนะ ไม่ได้เข้าข้าง ร.ม.ต. หรือ พ.ธ.ม. มากเป็นพิเศษ   เรียนเอกปรัชญาหรือคะ มาเขียนแทคนี้สิคะ  เพราะเราไม่ได้ตั้งใจเรียนขนาดนั้น (เคยได้ E วิชาเอกบังคับมาตั้ง 3 ตัวอีกตะหาก) เลยไม่สามารถเขียนในแง่วิชาการล้วนๆได้หรอกค่ะ อีกอย่าง wikipedia ก็มีข้อมูลเกือบทุกอย่างอยู่แล้ว ใครสนใจในแง่วิชาการเชิญติดตามต่อที่โน่นได้เลยค่ะ (โยนกลองงงง)

 #27  paul  - เป็น quote ที่โรแมนติกมาก แต่คนนี้เราจำไม่ได้ค่ะ (อันที่จริงต้องพูดว่า เท่าที่เรียนมา5ปี จำชื่อได้ไม่รู้จะถึง 10 คนรึเปล่า เหอๆๆๆ)

 #28 [Kazuna & Miwa]  - ขอบคุณค่ะ

 #29 *บลาสต์  - ของมหาวิทยาลัยของเรา ไม่รู้ว่าจะมีตรรกสัญลักษณ์รึเปล่า (ไม่ได้สนใจ) เพราะว่าแค่ตรรกะธรรมดา ก็จะตายแล้วค่ะ ไอ้เจ้า 21 สูตรนั่นเค้าสงวนไว้สำหรับคลาสตรรกะที่เอกปรัชญาและศาสนาเรียนค่ะ...  วิชาของภาคเรา ถ้าเป็นคลาสที่เอกสาขาอื่นมาเรียนด้วย จะถูกปรับเนื้อหาให้ง่ายขึ้น เนื่องจากเนื้อหาบางอย่าง มันคาบเกี่ยวกับความรู้ในวิชาปรัชญาหลาย ๆ วิชาไว้ด้วย 

เราไปแก้ E ตรรกะเอาตอนปี 4 เพราะว่าเป็นวิชาเอกบังคับ ก็ยังไม่เห็นว่าชีวิตที่สอบตรรกะ 21สูตรนั่นไม่ผ่านจะสร้างปัญหาให้การเรียนปรัชญาของเราแต่อย่างไร (ปากดีไปงั้นแหล่ะ ฮาๆๆ)

 

#30 bact' - (คิดซะว่าโดนหลอก)มาเรียนสิคะ

 

#31  แมงสาบ  - สาขานี้เค้ามีเปิดสอบตรงด้วยเหรอคะ (ไม่เคยรู้เรื่องอะไรกะเค้าหรอก) แล้วยื่นคะแนนเอาไม่ผ่านหรอ  อยากให้มาเรียนกันเยอะๆ (เผื่อส่วนไว้สำหรับคนที่กลับตัวกลับใจได้ แล้วลาออกไปคณะอื่น ฮาๆ)

#32 Nil  - ให้เพื่อนเขียนแทคนี้ด้่วยสิคะ (จะได้มีข้อมูลอัพเดทหลายๆมุมมอง)

#33  yunHO_Prince  - จริงๆเพราะเรียนแล้วกลายเป็นบ้า เลยสนุกได้ไงคะ (ฮาๆๆ) เราก็แอบมี อ.ฮีโร่ในใจเหมือนกัน วิชาไหนเรียนกับเค้าก็จะรู้สึกสนุกเป็นพิเศษ (จริงๆ เพราะสอนสนุกตะหากก็เลยชอบ ตึ่งโป๊ะ!)

 

#34 Ojisama  - ถึงไม่ได้ A ก็คุยไม่รู้เรื่องเหมือนกันค่ะ   เพื่อนที่ได้ A ยังคุยกับคนธรรมดารู้เรื่องกว่าเราอีก

#35  คนกวาดใบไม้หลังเอ 4  - จริงๆแล้วต้องบอกว่า คนที่มีปัญหาเดือดร้อน/มีความต้องการสูงเรื่องเงิน คงไม่เรียนสาขานี้แต่แรกแล้วมากกว่าค่ะ (ฮา) เราก็ได้ใช้ประโยชน์จากตรรกะบ้าง แต่เฉพาะตรรกะขั้นต้น ...ไอ้21สูตรนี้คิดว่าอีกซักสิบปี ค่อยมาศึกษาอีกที   วิชาญาณวิทยาของเรางงเป็นพิเศษ ขนาดอาจารย์ที่สอน ยังเปิดหนังสือไปสอนไปเลย... เหอๆๆ  เป็นเอกลักษณ์เฉพาะอาจารย์ท่านนี้คนเดียวเลย  การสอนแบบนี้เนี่ย (แต่คนปวดหัวน่ะคือคนเรียน  เพราะถามอะไรไป ก็ดูท่านจะงงๆงวยๆตลอดเวลา ...แล้วดันมาสอนวิชานี้อีก ยิ่งไปกันใหญ่...) 

 

 #37 (^_^)/nana  - อย่าเพิ่งเชื่อในสิ่งที่อ่านไปข้างบนค่ะ เพราะเราก็จำแต่ละอย่างได้คร่าว ๆ เท่านั้น แถมเขียนไปในเฉพาะมุมมองของเราคนเดียว (แต่ก็ยังเสร่อมาอัพ เพราะว่าไม่เห็นมีใครอัพหัวข้อนี้เลยซักคน โฮฮออออ)

 

 #38 ★☆KyuubixUsagi  - ภาษาไทยก็มีนะ....แต่ก็ไม่ค่อยช่วยเท่าไหร่ ต้องแปลไทยเป็นไทยอยู่หลายรอบเหมือนกัน ส่วนที่เป็นภาษาอังกฤษไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่ที่ดันเป็นภาษาอังกฤษแบบปรัชญานี่สิ... อ่านมาก ๆ แล้วอยากจะอ้วกออกมาเป็นภาษากรีก

 

#39  antzzer  - จริงๆแล้ว เราแอบสนใจจิตวิทยาเหมือนกัน (มหาวิทยาลัยของเรา เอกปรัชญาและศาสนาเค้าถือว่าเป็นเอกน้องของจิตวิทยา )  แต่ว่าไม่สู้พวกศัพท์วิทย์/สถิติ อะไรพวกนี้  เลยเรียนแค่ตัวแรกพอ น้ำหน้าอย่างเราเหมาะกับความเพ้อของปรัชญามากกว่า ฮาๆๆ 

#40   ความรักสร้างฉัน - อยากให้ปรัชญาเป็นวิชาบังคับของหลักสูตรการศึกษาไทยจังค่ะ.. แต่คงเป็นได้แค่ฝัน

#41 KeeChan - เอ่อ... ช่างมันเถอะ

#42 \/ /\ N ฮ Z Z /\ - จริง ๆ แล้วพี่เป็นคนพูดไม่ค่อยรู้เรื่องค่ะ เพราะพูดเร็วแล้วก็ชอบเรียงไวยากรณ์ประโยคเป็นแบบภาษาญี่ปุ่น แต่เนื่องจากการพูดจาให้คนฟังรู้เรื่องเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการโต้เถียง (ฮาๆ) เลยต้องพยายามบังคับตัวเองเสมอค่ะ ...แต่จริงๆ แล้วก็เผลอลืมตัวอยู่บ่อยๆ

#43 【いくみ】    - หลอกปาร์คมาทำธีมให้ ก๊ากกกกกกกกกกกก เอารูปสองคนหัวบลอกไปล่อลวง 

#44    Runrunpyon    - ไม่เคยไปค่ะ ไม่คิดไปด้วยค่ะ เพราะเราคิดว่าในฐานะคนไทยคนหนึ่งแล้ว สิ่งที่เราควรจะทำคือปฏิบัติหน้าที่ในส่วนของตนให้ดีที่สุด เพราะถ้าทุกคนมัวแต่มาเรียกร้องความต้องการของตนเอง ใครจะเป็นผู้ปฏิบัติ??  แต่คนรอบตัวเราก็ไปร่วมชุมนุมหลายคน (เช่นลูกค้า/ช่างที่มาขายของให้ที่ร้าน, เจ้าของโครงการบ้านที่เราอยู่, พี่คนงานเก่าที่บ้าน , พ่อค้าขายของแถวสะพานขาวที่เราไปซื้อของบ่อย และล่าสุด คือผู้หญิงที่ตายเพราะสะเก็ดระเบิด คนที่เป็นข่าวดังในวันสองวันนี้ไงคะ อาม่าเรายังไปงานศพเค้าเลย) เราไม่ได้เชื่อสื่อง่ายขนาดนั้นหรอกค่ะ ทีวีก็แทบไม่เปิด หนังสือพิมพ์ก็แทบไม่ได้อ่าน ส่วนใหญ่จะเน้นดูข่าวเศรษฐกิจและการเมืองนิดหน่อย

แปลกนะคะ ทำไมคุณไปแล้วไม่ได้เงินเราก็ไม่ทราบ  แต่พ่อค้าคนที่เราเจอในตลาด เค้าก็พูดกับแม่ค้าแผงข้าง ๆ ที่สนิทกัน (แต่เราไปยืนฟังเอง) ว่าไปแล้วได้หัวละ200-500น่ะค่ะ   บางทีคุณควรจะเป็นคนที่ต้องหาหลักฐานมายืนยันมากกว่านะคะ ว่าไม่มีการแจกเงิน เพราะในบรรดาคนจำนวนหลักพันหลักหมื่นที่ไปชุมนุม หากมีซักคนสองคนที่ได้รับการแจกเงินจากค่ามาชุมนุม ก็ถือว่ามีการแจกเงินเพื่อให้มีผู้มาชุมนุมแล้วค่ะ

จริงอยู่ที่คุณอาจอยู่ในกลุ่มไม่ได้รับเงินแจก ซึ่งมีความเป็นไปได้หลายสาเหตุ เช่น เป็นกลุ่มคนที่ดูแล้วมีฐานะ  หรือ ไม่ได้ติดต่อหัวคิว อะไรแบบนั้น   แต่การที่คุณไม่ได้เงิน ไม่ได้แปลว่าคนอื่นจะไม่ได้เงินนะคะ  ประสบการณ์ชุมนุมของคุณไม่สามารถเป็นข้อยืนยันความจริงได้หรอกค่ะ มันขึ้นอยู่กับหลักฐานน่ะค่ะ 

อีกอย่าง เราเป็นพวกมีอคติด้านลบกับการปลุกปั่นหมู่ทางจิตวิทยาน่ะค่ะ   ขนาดลองไปทำขายตรง เจออัพไลน์และคนอื่นในห้องประชุมทำตัวตะโกนชูมือ ปลุกปั่นจิตใจให้ฮึกเหิม เรายังรู้สึกเหมือนกับว่าโดนหลอกให้มาเลยค่ะ (แต่จริงๆคิดตกลงเองด้วยเหตุผลล้วนๆ) ถ้าให้เราไปแถวนั้น (ซึ่งมันก่อปัญหารถติดให้แถวบ้านเรามาก)  เราคงจะถึงขั้นสาปแช่งแกนนำเลยมั้งคะ

  คุณคิดว่าคนที่ไปชุมนุม มีแต่คนที่ชื่นชอบในหลักการของพันธมิตรและเกลียดรัฐบาล ทั้งนั้นเลยหรือคะ?? คุณคิดว่ามีแต่คนจริงใจ ต้องการกอบกู้ชาติ เลยมาร่วมชุมนุมหรือคะ?? วันนี้ก็มีลูกค้ามาคนนึง เค้าคุยกับแม่เราว่า "ชอบไปชุมนุมกับพันธมิตรมาก มันส์ดี สนุกดี ยิ่งตอนระเบิดวันนั้นนะมันส์โคตร อยากได้อีก"

ก็แค่อยากขอให้ระวังตัวเองไว้น่ะค่ะ  ถ้าจริงใจกับคนอื่นมาก ๆ เชื่อมั่นในคนอื่นมาก ๆ  พอโดนหักหลังขึ้นมา มันจะเจ็บมากเป็นหลายเท่า สิ่งที่พันธมิตรกล่าวหารัฐบาลทั้งหมด คุณเคยหาข้อมูลด้วยตัวเองรึยังคะ? หรือว่ารับฟังข้อมูลจากช่อง ASTV กับฟังจากที่แกนนำขึ้นเวทีปราศัย/คนในกลุ่มพันธมิตรพูดเอาอย่างเดียว?? เชื่อข้อมูลทุติยภูมิมากไปมันไม่ดีนะคะ

 #46 philosophy (118.172.95.46) -  [ค่ะ ... แล้ว ไม่ทราบว่า นปช. เสื้อแดงนั้นไม่ได้รับเงินมาชุมนุม เหมือนกันหรอคะ ?? ]จากคำพูดนี้ แสดงว่าคุณยอมรับแล้วใช่มั้ยคะว่ากลุ่มพันธมิตรมีการรับเงินเพื่อมาชุมนุมจริง ๆ แล้วคุณยังกล้าเชื่อมั่นในคำพูดที่ว่า "ประชาชนทุกคนได้รับความเดือดร้อนเพราะรัฐบาล เราจึงมาชุมนุม" อยู่อีกหรือคะ?  ในเมื่อคนที่มีความเดือดร้อนก็เป็นแค่คนบางกลุ่มที่เสียผลประโยชน์  ซึ่งการเสียผลประโยชน์ก็เป็นเรื่องปกติของสังคมและเศรษฐกิจอยู่แล้ว    แต่คนที่เสียผลประโยชน์กลับเอาข้ออ้างต่าง ๆ เพื่อต้องการให้ได้ประโยชน์คืนมา

พวกคุณไม่สนใจเลยว่า การกระทำของคนที่มาร่วมชุมนุม สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประเทศชาติมากกว่าฝีมือของรัฐบาลทุกรัฐบาลซักอีก  ตั้งแต่คุณเกิดมา ในการปกครองของหลาย ๆ รัฐบาลที่ผ่านมา คุณเคยรู้มั้ยคะว่า ไม่เคยมีการกระทำของรัฐบาลใดสร้างความเสียหายแก่ชื่อเสียงและเศรษฐกิจให้ประชาชนไทย ได้เท่ากับการชุมนุมไม่ยอมเลิกของกลุ่มพันธมิตรในขณะนี้เลย

ลองไปถามประชาชนกลุ่มที่ต้องทำมาหากินอยู่ทุกวันดูสิคะ  ว่าระหว่างรัฐบาลปกครอง หรือตั้งแต่ตอนที่พันธมิตรเริ่มชุมนุม  ตอนไหนที่ทำมาหากินลำบากกว่ากัน     แต่ไม่ต้องไปถามคนที่ไปทำมาหากินแถวผู้ชุมนุมนะคะ  ไปถามคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมและไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลดีกว่า   ถ้าคุณมีใจยุติธรรมพอ

เราไม่ได้สนใจ นปช. เราไม่ได้ชอบรัฐบาลชุดนี้  แต่เราเกลียดพันธมิตรที่สร้างความเสื่อมเสียและสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศชาติอย่างมากมาย   แค่ภัยธรรมชาติที่กำลังประสบ ก็สร้างความย่ำแย่แก่เศรษฐกิจมากอยู่แล้ว  นี่ยังมีกลุ่มม๊อปที่บุกสถานที่ราชการต่าง ๆ โดยไร้ซึ่งการให้เกียรติถึงสถาบันปกครอง  ไม่เคยคิดเลยใช่มั้ยคะว่าต่างชาติจะมองไทยเป็นอย่างไรบ้าง   

รัฐบาลชุดนี้มันห่วยค่ะ  รัฐบาลชุดนี้สอบตกด้านการปกครอง  ถ้าเป็นเมืองนอก เค้ายิงทิ้งตั้งแต่การบุกชุดแรกแล้ว ไม่ต้องรอมาถึงตอนนี้หรอก

แล้วประชาธิปไตยที่พันธมิตรต้องการคืออะไรคะ? พันธมิตรต้องการประเทศที่ล่มจมทางระบบเศรษฐกิจใช่มั้ยคะ?  มีคนอีกมากมาย มากกว่าครึ่งประเทศไทยที่ไม่ได้ไปร่วมชุมนุม ไม่เคยคิดเลยใช่มั้ยคะว่าไอ้เสียงส่วนใหญ่ที่ไปชุมนุมกัน มันก็แค่ส่วนน้อยของคนทั้งประเทศ   ถ้าคนทั้งประเทศไทยที่พวกพันธมิตรชอบอ้างถึงน่ะ เค้าเห็นด้วยเค้าก็ไปร่วมชุมนุมแล้วค่ะ ไม่ต้องให้คนกลุ่มแค่นั้นไปกดดันอย่างเสียเวลานานเอาจนป่านนี้หรอก

อย่ามาอ้างเลยว่าเราได้อะไรจากรัฐบาลชุดนี้บ้าง  ในเมื่อยังไม่ทันได้มีโอกาสสร้างผลงาน กลุ่มพันธมิตรก็ออกโรงมาต่อต้าน ขัดขวางทุกวิถีทาง  

คุณไม่เคยศึกษามาเลยใช่มั้ยคะว่า ระบบสังคมของประเทศ จะต้องขับเคลื่อนด้วยคนทั้งประเทศ  ไม่ใช่แค่นายกหรือรัฐบาล     ให้ผู้นำดีแค่ไหน แต่ลูกน้องเฮงซวย  มันก็ล่มจมกันทั้งระบบค่ะ  ขอเชิญไปศึกษาระบบใหม่นะคะ

อีกอย่าง ขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะคะ  ว่าเราไม่ชอบรัฐบาลก็จริง  แต่เราเกลียดพันธมิตรที่เอาความเห็นแก่ตัวขึ้นมาเบียดเบียนสิทธิของคนอื่น  พวกคุณฮึกเหิม พวกคุณปลุกระดม แต่พวกคุณไม่เคยคิดถึงสถาบันที่อยู่เหนือพวกเราทุกคนเลย ว่ามุมมองของพ่อที่ทำได้แค่มองลูกตีกันจนบาดเจ็บล้มตายจะเป็นยังไง  พ่อแก่แล้วนะคะ  พ่อไม่สามารถเข้าข้างลูกคนใดคนหนึ่งได้ด้วย เพราะพ่อรักลูกทุกคน  พ่ออยากเห็นลูก ๆ ทุกคนอยู่ในบ้านของเราอย่างมีความสุข

สุดท้ายนะคะ  ถ้าคุณไม่ใช่แค่คนปากดีไปวัน ๆ เหมือนพวกพันธมิตรทั้งหลาย ที่ได้แต่ด่าจากมุมมืด แล้วก็อาศัยพวกมากมารุม  กรุณาใส่ชื่อจริงด้วยค่ะ อย่าเอาชื่อสาขาเอกเรามาอ้าง  เพราะความคิดของคุณไม่คู่ควรพอค่ะ

 

  #47    [ The White Demon ]  -  ข้อมูลที่เราให้ก็ไม่ได้ถูกต้องเท่าไหร่หรอกนะคะ     แบบว่าเขียนเท่าที่จำได้  ว่าแต่เอกปรัชญาเนี่ยจะเอาพอร์ทอะไรหรือคะ?     ปกติมันจะมีพอร์ทอะไรได้ด้วยหรอเนี่ย... เหอๆๆๆ  ของ มศว นี่แค่ไม่ซิ่วออกไปก่อนครบ 4 ปีก็ดีแล้วค่ะ ฮาๆ  ต้องการคนเรียนอย่างแรง เอิ้ว~~

  #48    ★sweetmocca★     -  ข้อสอบ "มนุษย์เกิดมาทำไม?" นี่คงเป็นคำถามบังคับจริงๆด้วย ฮาๆ    ของเราโดนคำถามนี้ในวิชา "มน102  มนุษย์กับจริยธรรม" (หรือเปล่าหว่า??)  ก็เลยต้องตอบเชิงศาสนาพุทธ ว่าเกิดมาใช้กรรม สร้างบารมี หาวิธีหลุดพ้น จนออกจากวัฐสงสาร  (คล้องจองกันได้อีก  ) อะไรประมาณนี้อะค่ะ

   #49   Century King  - ในความเชื่อของตัวเราเอง ศาสนาจำเป็นกับคนที่ต้องอาศัยคำแปลเกี่ยวกับวัฐจักรของชีวิต เช่น  ทำไมเราจึงทุกข์  ทำยังไงจึงจะมีความสุข (ปัญหาโลกแตกของทุกสังคม) 

ซึ่งถ้าคิดตามหลักเหตุและผลกันจริงๆแล้ว  การแก้ไขมันก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย  (ถ้าทุกข์เพราะร้อน ก็เดินไปเปิดพัดลม ไม่ก็หาที่เย็นๆอยู่เท่านั้นก็มีความสุขขึ้นแล้ว ....ถ้าบ่นว่าร้อนแต่ทนอยู่ในที่ร้อน ๆ ต่อไป แล้วเมื่อไหร่จะหายร้อน ถูกมั้ย?) 

มนุษย์เรามีความเข้าใจต่อสิ่งต่าง ๆ ไม่เท่ากันค่ะ  เหมือนเด็กที่มีหลายลักษณะ เด็กบางคนพูดหนเดียวก็เข้าใจแล้ว  แต่เด็กบางประเภทต้องสอนให้ปฏิบัติเท่านั้นถึงจะเข้าใจ อะไรทำนองนี้อะ แล้วเด็กบางคนก็ดื้อมาก จนต้องมีความเข้มงวดในการสอนเป็นพิเศษ... นั่นทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างศาสนาต่าง ๆ

(เช่น อิสลามจะเน้นพวก ข้อห้าม ข้อควรปฏิบัติ ในการดำรงชีวิตมากกว่าศาสนาอื่น แล้วบังคับให้เคร่งสุดๆอีกตะหาก เพราะถิ่นที่อยู่เค้ามันโหดร้ายต่อการดำรงชีวิตมาก /  ชาวคริสต์จะเน้นศรัทธาในความดี แต่ว่าศาสนาคริสต์เค้าลำบากมาเยอะอะเนอะ เหอๆ เลยจะเน้นการตั้งมั่นในความดีจะได้ไม่รู้สึกท้อแท้กับความลำบาก / พุทธจะเน้นในหลักเหตุและผล  จะสอนให้เห็นถึงวิธีที่ธรรมชาติดำเนินไป ว่ามันอาจโหดร้ายแต่เราก็ต้องมองมันด้วยความเข้าใจ ....แต่ว่าบางทีคนเรามันก็ขี้เกียจเกินจนมักทำแค่ ปฏิบัติ ตามๆกันมา มากกว่า.....)

แต่ก็มีบางคนที่....   แบบว่า คัมภีร์ตำราของศาสนาตัวเองจะมีเนื้อหายังไง ก็ตีความเข้าข้างความเข้าใจของตัวเองหมด อันนั้นไม่เท่าไหร่ แต่บางอย่างนี่ใส่เข้าไปเองแล้วโบ้ยว่ามันคือศรัทธาในศาสนาเฉยเลย... อย่างพวกสงครามศาสนาต่าง ๆ ทั้งที่เป็นสงครามแย่งชิงดินแดนกันแท้ๆ อืมนะ   เหอๆๆ ทั้ง ๆ ที่ศาสนาก็เกิดขึ้นมาเพราะจุดมุ่งหมายในด้านความสงบสุขในสังคมนั่นแล หลักคำสอนต่าง ๆ แต่เดิมก็สร้างขึ้นมาเพื่อความสงบสุขของสังคม อารมณ์ประมาณกฏหมายของสังคมโบราณ ....แต่หลัง ๆ เวลามันผ่านมานาน ตำราก็ผ่านมาหลายมือ  การตีความและความหมายของศาสนาที่มีต่อสังคมเลยผิดเพี้ยนจากสมัยเริ่มแรก  

อย่างน้อยในความเห็นของเราตอนนี้  ถ้าคนไทยปฏิบัติตามหลักคำสอนของศาสนาพุทธจริงๆ   บ้านเมืองก็ไม่จำเป็นต้องมีกฏหมายแล้วล่ะค่ะ    เพราะศาสนาพุทธจะสอนให้คนปฏิบัติดี  แต่กฏหมายจะทำแค่คอยลงโทษเท่านั้น   ล้อมคอกหลังวัวหายมันก็ไม่มีประโยชน์เท่าไหร่หรอกเน้อ...

 

  #50   Century King   -  อภิปรัชญาสนุกค่ะ  ไอเดียบรรเจิดดี  แต่ตอนเรียนหมั่นไส้เพื่อนในห้องคนนึงที่เรียนสายวิทย์ แล้วก็เถียงกับอาจารย์เป็นวรรคเป็นเวรเรื่องทฤษฏีต่าง ๆ ทางฟิสิกส์ เคมี บลา ๆ จนเหมือนในห้องมีแค่มันกับอาจารย์เพียงสองคน.... (แล้วมันก็ซิ่วออกไปตั้งกะปีแรกเพื่อไปเรียนเอกภาษาญี่ปุ่น แย่.... แน่จริงมาเรียนด้วยกันต่อเด๊!!)  แล้วไอ้เราก็เรียนเอกญี่ปุ่นที่ ปวช. มา วิทย์ก็เรียนแค่พื้นฐานของพื้นฐาน   ยังดีที่ฉลาด(ก๊าก) เลยฟังมันเถียงรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง  แล้วต้องไปแปลให้เพื่อนคนอื่นฟังเป็นภาษามนุษย์ต่ออีก...  

ปรัชญาอินเดียเรียนแล้วลึกซึ้งดี  แต่ตอนตอบข้อสอบนี่ต้องใช้พลังจินตนาการสูงมาก จนจำกระดาษคำตอบตัวเองไม่ได้เลยว่าเขียนอะไรลงไป....   จริงๆนะ จำได้แค่ว่าลายมือคุ้น ๆ แต่อ่านแล้วไม่เห็นจะจำได้เลยว่าเคยเขียนอะไรแบบนั้นลงไปด้วย มันช่างเป็นปริศนาของปรัชญาอินเดียจริงๆ (ฮาๆ)

 -------------------------

 เหนื่อย............. อยากจะขอลาออกจากบลอกจนกว่าจะพ้นฮอตโพสหน้าแรก อับอาย  ใครก็ได้ช่วยมาเขียนแทคเรียนปรัชญาอย่างมีกึ๋นแบบข้อมูลปึ๊กๆทีสิ

 

 

 

 


 

 

 

 

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เข้าใจยากจัง เเต่ก็น่าสนใจ Hot!

#1 By Pear ♪ on 2008-10-09 01:36

big smile เข้ามารับ tag ไปแปะหน้ารวมค่ะ

#2 By Nancy อารมณ์ดี on 2008-10-09 01:38

....อยากเรียนปรัชญาจีน...cry
อยากเรียนไทเก๊กกะโยคะด้วย

ความจริงตอนเราเรียนปรัชญาตอนปี1 เราชอบมากเลยนะ... โดยเฉพาะไอ้ยุคมุ่งหาความจริงฯลฯ ...สงสัยเราจะคิดเพ้อเจ้อเก่งมั้งsurprised smile แต่พอยุคหลังๆชักไม่ค่อยจะเก็ต

#3 By xi on 2008-10-09 01:47

เหมือนเขียนด่าและจิกกัดสาขาอื่น (และอื่นๆ อีกมากมาย) มากกว่าจะบอกว่าเรียนอะไรนะเนี่ย (ฮา)

#4 By KeeChan on 2008-10-09 01:49

^
^
^
#4 กีจัง - ไอ้ที่พิมพ์ไปนั่นอะ คือสิ่งที่เรียนจริงๆนะ ถึงมันจะฟังดูเพ้อเจ้อก็เถอะ การมาถกเถียงกันเรื่องความจริง ความรู้ ความเชื่อ เนี่ย

จริงๆคือ ปรัชญามันเป็นวิชาที่ว่าด้วยความรู้......... sad smile ก็แค่นั้นแหล่ะ ไม่แปลกที่จะพาดพิงไปถึงหลายสาขา

#5 By lumin on 2008-10-09 01:53

*-*
ยังแค้นรุ่นน้องไม่หายอีกเรอะ.....
หัวข้อนี้มาีทีไรเป็นด่าทุกที พอ ๆ กับเราที่พอขึ้นหัวข้อ*ปี๊บ*ปิ๊บ*กับคุณพี่ขาทีไร เป็นได้ด่าไอ้หน้าด้าน*ปี๊บ*กับ*ปี๊บ*ให้ฟังในเอ็มทุกที (ฮา)

ไม่แปลกใจทำไมพี่เถียงเก่งมาก - -
เพราะเรียนจบมาด้านนี้โดยเฉพาะตั้ง 4 ปีแหน่ะ!!!
*วิ่งหนีไป*
ชอบวิชาปรัชญาและศาสนามาก (แต่เรียนวิศวะ) เคยลงเรียนเป็นวิชาเลือก ได้ข้อคิดดีๆ มากมาย ทำไมเพื่อนหลายคนชอบคิดว่ามันไม่สำคัญ cry

#7 By persona non grata on 2008-10-09 10:20

เบื่ออีค้านท์ด้วย..

วิชาบังคับที่มหาลัยมีเรียน logic กะ จริยศาสตร์อะ ตัวหลังนี่มีประวัติศาสตร์ปรัชญาอย่างย่อด้วย สนุกดีนะ

ให้ดรากอนบอลเพื่อความรู้ 555Hot!

(ว่าแต่ปรัชญาญี่ปุ่นล่ะ?)

#8 By Sp@rk on 2008-10-09 11:58

Hot! เค้าก็เคยอยากเรียนนะ ปรัชญา ฮ่าๆ แต่ติดที่เรียนอยู่ซะก่อน

#9 By はな✿ on 2008-10-09 12:25

เป็นหลักสูตรวิชานึงที่เราเคยคิดว่าตัวเองเรียนไม่ได้และไม่น่าจะชอบเลยแหละ...
แต่พอได้มาอ่านเนื้อหาแล้วมันน่าเรียนแหะ...
(หรือเราเป็นพวกที่รักในความรู้555+)

พอมาอ่านเนื้อหาจนจบถึงได้รู้ว่ามีบางตัวที่พบเจอตอนเรียนหรือตอนเข้าเสวนาด้วยหละ
(หลอกหลอนมากๆ...โดยเฉพาะเพลโต้ และพวกปรัชญากรีก...จีน เนี่ย)

อย่าง อภิปรัชญา (Metaphysics)เนี่ยก็เจอ...ดีที่ไม่เจาะลึกไม่งั้นคงปวดกบาล

ปรัชญาในศิลปะ นี่ก็เจอในวิชาโท..ที่ชอบมากแต่เกรดดันห่วย=w=''

ปรัชญาตะวันตกช่วงเรอเนสซองส์ยิ่งน่าปวดหัว แต่ละชื่อ...555+
พออ่านแล้วดีใจที่ไม่รู้จักค้านท์มากนัก *--*+(ท่าทางจะไม่ชอบมากๆ)

ส่วนพวกปรัชญาจีนเคยผ่านหูมาบ้าง แต่อินเดียไม่เคยแหะ...ชักอยากรู้*0*//

ส่วนศาสนาจะบอกว่าเป็นพุธ แต่ชอบอ่านไบเบิ้ล(ตอนเด็กๆ)

อ่านแล้วน่าสนใจนะ..แถมอ่านแล้วไม่เครียดด้วย(เพราะมีอะไรแฝงไว้555+)
ขำตั้งแต่อาร์ทตัวแม่...ฮ่าๆๆๆๆ

ปล...จริงนะ ความรู้ต้องคู่คุณธรรม..ดูอย่างหมอสมัยนี้สิ555+
ปล2...อยากทำแท๊กนี้จัง แต่ทำสาขาวิชาโทที่เรียนได้ม่ะเนี่ย 555+

#10 By ~๐Yuki`Shizuku๐~*♥ on 2008-10-09 17:32

#5

ก็ไม่ได้ว่าว่าไอ้ที่พิมพ์ว่าเรียนมันเว่อร์นี่หน่า งงคอมเมนท์ตอบลูมินแฮะ

#11 By KeeChan on 2008-10-09 18:29

^
^
#11 - ปล่าว ๆ คือหมายถึงว่าวิชาเอก มันมีแต่แนวนี้ทั้งนั้นอะ (แอบไปดูของคนอื่นมา มันช่างเต็มไปด้วยเนื้อหาสาระอย่างจับต้องได้เป็นตัวเป็นตน ) ไอ้ที่เราเรียน มันเต็มไปด้วย ปรัชญา และ ศาสนา อย่างมากมาย sad smile

อย่างที่สัีงเกตได้ว่า ปรัชญาแบ่งเป็นกี่ยุค กี่สาขา ไอ้รายชื่อทั้งหมดนั่น คือชื่อวิชาเลยล่ะ.... เหอๆๆๆ วิชาที่เราเรียนมันเลยมีแฝงไว้ในสาขาวิชาอื่นเยอะมาก sad smile จนเหมือนกับว่าตัวตนและเอกลักษณ์มลายหายไป ก๊ากกกกกกก

#12 By lumin on 2008-10-09 18:50

^
#12

อือ เข้าใจ

แต่เราก็ไม่ได้ถามตรงนั้นไม่ใช่หรอ

#13 By KeeChan on 2008-10-09 19:07

^
^
หรอ แล้วถามไรอะ sad smile เราแค่อยากอธิบายให้ clear เฉยๆอะ

#14 By lumin on 2008-10-09 19:12

เป็นความรู้มากมายครับ

เพิ่งรู้ว่าคณะปรัชญาเรียนแบบนี้~

ว่าแต่อยากรำไทเก็กกะเล่นโยคะบ้างจัง

....................

วิชาพวกนี้ สงสัยต้องเข้าใจจริงๆ แหะ TT

แค่ตรระกะอย่างเดียว ตอน ม.4 ยังอ้วกแทบตายเลย ><~

#15 By Ku@ng,..คุง on 2008-10-10 01:00

เจ้าของบล๊อกนี่ศิษย์เก่าที่ไหนอ่า

ตอนนี้ผมก็เรียนปรัชญาอยู่ มศว นิเอง

#16 By D û D e ` z on 2008-10-10 01:18

น่าสนุกดีครับbig smile

#17 By Repentant on 2008-10-10 02:24

่่ขอบคุณสำหรับแท็กเรียนปรัชญามากๆเลยค่ะ กำลังหาอยู่พอดีว่าจะมีใครทำสาขานี้มั่งมั้ย หุหุ

พอดีว่ากำลังอยู่ในช่วงการเลือกเอก-โท ของคณะพอดีเลยค่ะ ก็เลยเลือกโทปรัชญาไป (เำพราะเก็บวิชาบังคับครบแล้ว) ตอนแรกที่เรียนเพราะว่าชอบชื่อวิชา แปลกดี ไม่เคยเห็นตอนเรียนมัธยม ก็เลยเลือกเรียนไปค่ะ แล้วก็ไปหาเพื่อนร่วมเรียนเอาข้างหน้า (เพราะเพื่อนในกลุ่มไม่มีใครเรียนด้วยเลย โฮววว)

แต่พอมาได้เรียนจริงๆแล้วชอบค่ะ ชอบมากกกก สนุกสนานอย่างบอกไม่ถูก (เอ๊ะ) แบบว่า่...จะมีิวิชาไหนที่มาสงสั๊ยยย สงสัยอะไรได้แบบนี้มั่ง แล้วหลังๆ่พอเรียนไปเยอะๆ เพื่อนๆก็จะชอบบอกว่า เริ่มพูดไม่รู้เรื่องแล้ว... sad smile

่ยังไม่ค่อยรู้ตื้นลึกหนาบางของพี่ค้านท์ซักเท่าไหร่...ก็เลยยังไม่โกรธแค้นมาก แต่ว่าปรัชญาจีนกับอินเดียน่าสนใจมากเลยค่ะ เด๋วเทอมหน้าจะเลือกลงเรียนเลยดีกว่า !!!


่ขอให้ดาวเลยค่าาาา Hot!

#18 By ☆Kiit0☆ on 2008-10-10 02:40

เอนทรี่ยาวมากก ค่อยๆทยอยอ่านอย่างละเมียด
เพราะเป็นแขนงที่เราสนใจขนาดจะไปลงเรียนควบ

เราว่าเรียนศาสตร์นี้แล้วต้องเพ้อหน่อยๆ เคยเรียนสุนทรียศาสตร์ มาสามหน่วยกิจ เป็นสามหน่วยที่กินพลังชีวิตมากกก เปิดมาคาบแรกอาจารย์ก็เล่น THE CAVEก่อนเลย เรียนๆไปก็มี THE ONE บลา บลา บลา-*-

ถึงมันจะเพ้อแต่เราก็ชอบเหอะ ทำไมเราต้องมานั่งเถียงเรื่องเดียวกับคนเมื่อสองพันปีก่อนด้วย(วะ) ให้ตาย
ใครเรียนแขนงนี้นับถือจริงๆ

#19 By The Flaneur on 2008-10-10 02:55

มาฟรัดคอมเม้นท์อีกอัน
ทริกฮาๆแต่ได้ผลของเราเวลาตอบข้อสอบวิชาพวกนี้คือ อย่าฟันธงอะไร ให้ตอบแบบอ้างโน้น อ้างนี้ อ้างคนโน้น อ้างคนนี้ ใส่ความคิดเห็น แต่ต้องไม่ลืมคำที่อ่านแล้วดูลังเลๆ ประมาณว่าเราเองก็ไม่อยากจะเชื่ออย่างนี้เหมือนกัน...ตอบวกวน งงๆ กลมๆ แต่ไม่ชี้ชัดว่าคืออะไร เรากระจ้อยร้อยเกินกว่าจะตัดสิน <<<อ.เราชอบมาก
อ.ที่สอนเป็นตี๋เรียบร้อย แต่เวลาพูดเรื่องศิลปะนะ...
ฉัพพรรณรังสี55+
ยินดีที่ได้รู้จักนะจ๊ะ surprised smile

#20 By The Flaneur on 2008-10-10 03:07

เรียนปรัชญาและศาสนา ฮาดีจริงๆ

ผมอยากเรียนมากแต่คงไม่มีโอกาส

ตอนนี้ก็อ่านหนังสือคงจะเกี่ยวละมั้งกับปรัชญา อ่าน Thus Spoke Zarathustra อยู่ ของนิทเช่ อ่านไปด้วยความ ฮึ่ม.....

เป็นเรื่องที่น่าเข้าใจ (แต่ไม่มีโอกาส) นะครับ

คุณโชคดีมากมาย ทีได้เรียนสาขานี้ อยากเรียนมากครับ ขอบคุณที่แบ่งปันประสบการณ์
จริงๆแล้วน่าเรียนมากนะครับ
แต่มีความรู้สึกว่า ไม่เหมาะที่จะเรียนเพื่อประกอบวิชาชีพ
แต่เหมาะที่จะประกอบการประกอบวิชาชีพอีกที ^-^'

สมัยวัยรุ่น ได้อ่านบ้างตามประสา ส่วนใหญ่จะอ่านของเพลโต้
และอ่านของโสเครติส (ก็ที่เพลโต้บันทึกอีกนั่นแหล่ะ ;P)

พวกยูโทเปีย โลกแห่งแบบ หรือบทสนธนาในการไล่ต้อน
และวิธีศึกษาต่างๆ ผ่านข้อเขียนของเพลโต้ ตามไปถึงเรื่องราว
ของโสเครติส ที่เพลโต้บันทึกไว้ กระทั่งตอนโสเครติส
ถูกตัดสินประหาร

ในระดับของเนื้อหา ผมว่าสนุกดี ได้แง่คิดพอสนุก
เรื่องโลกแห่งแบบนั้น ผมว่าเพลโต้ไม่ได้คิดถึงดินแดนของ "พระเจ้า"
หรอกครับ ยุคนั้นมีแต่เทพนิ แล้วเทพเองก็ยังขัดกับแนวคิดของปรัชญา
พอๆกับที่ส่งเสริมแนวคิดของปรัชญาบางอย่าง (เอ๊ะยังไง)
แต่สิ่งที่เพลโต้คิด มันอาจจะไปคล้ายพวก จิตวิทยามวลชน
ในยุคนี้ .. เหมือนที่เราต่างก็มีรูปของ "ความงาม" แตกต่างกัน
แต่ในระดับนึง เบื้องลึกมันก็คือสากล Universal นั่นเอง
(ดู Steve Job ออกแบบ Mac สิ Universal Design มาก
คนประเทสไหนก็มองว่าสวย แม้แต่คนที่ไม่รู้จักคอมพิวเตอร์
บางที Job อาจจะเคยไป ณ โลกแห่งแบบมาแล้วก็ได้ 55)

ปรัชญาจีนอยากอ่านเหมือนกัน แต่เรื่องพวกนี้ บางทีก็๖้องดู
ประวัติศาสตร์ , การเมืองควบคู่ไปด้วย เพื่อจะได้เข้าใจบริบท
อื่นๆที่เกี่ยวข้อง แล้วจีนนี่ ... แขวนเอาไว้นานแล้ว แแก่ๆน่าจะได้อ่าน

ของอินเดียก็สนุกนะครับ ทั้งเรื่องวรรณะ ที่นำไปสู่ "วิธีคิด"
ในการดำรงตน แต่ก็เต็มไปด้วยหลักของเรื่องที่ยากจะเข้าใจ
เพราะมันมุมนึงเหมือนงมงาย แต่เค้าก็มีเหตุผล ที่เป็นแบบนั้น
(ขนาดรามานุจัน นักคณิตศาสตร์ชาวอินเดีย ยังเชื่อว่าได้ทฤษฏี
ทางคณิตศาสตร์มาจากเจ้าแม่ต่างๆ ในขณะฝันเลย สุดยอด ..)

ตอนวัยรุ่นไปเจอ กฤษณะ มูรติ เข้าก็เลยไม่ค่อยได้สนใจคนอื่นมากนัก
แต่แกก็สุดโต่งจริงๆ .. ไม่ค่อยไหวเหมือนกัน ;P

สนุกดีครับ ไว้จะแวะมาอ่านบ่อยๆ ^-^
สุดยอดค่าาาา...
เคยเรียนปรัชญาทั่วไป ตัวหนึ่ง เป็นวิชาเลือก
เลยได้ค้นพบว่าปรัชญาไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
จริงๆ แล้ว เป็นวิชาที่ทำให้เรามองโลกกว้างขึ้น
เข้าใจโลกมากขึ้นเยอะเลยเนอะ
ไว้ถ้ามีโอกาส คงต้องไปลงเรียนอีก cry

#23 By chenlee on 2008-10-10 08:38

กรี๊ดๆๆๆๆ
เข้ามากรี๊ดดดดดค่ะ 555+

คิดอยู่ว่าอยากจะทำแท็กนี้ เรื่องสาขานี้เหมือนกัน
แต่เราเป็น เอกศาสนาและปรัชญาอ่ะค่ะ (แล้วต่างกันตรงไหนยะ) 55+
ดีใจๆมีคนทำแล้ว ฮิ้วๆๆๆๆๆ

สารภาพหน้าด้านๆค่ะ ว่าที่เรียนๆมาเริ่มเลอะเลือนไปบ้างแล้ว
(ทั้งๆที่จบมาได้ไม่กี่ปี 555+)
แต่ชอบเรื่องของศาสนามากค่ะ โดยเฉพาะศาสนาคริสต์ ดูเป็นอะไรที่น่าค้นหา อิอิ

แต่ปรัชญาเนี่ย ชอบปรัชญาจีน ญี่ปุ่น มันดูลุ่มลึกค่ะ 555+
แล้วก็ปรัชาอินเดียวร่วมสมัย คือสมัยโบราณจะไม่ชอบ
ชอบท่านคานธีค่ะ big smile
ส่วนปรัชญาตะวันตก บ๊าย บายลาก่อน 555+
แต่สมัยเรียนก็พอไปได้นะคะ 55+
แต่ที่ไม่ชอบมากก มากถึงมากที่สุดนี่คงจะเป็น
เอิ่มม ตรรกศาสตร์ค่ะ ทั้งตรรกสัญลักษณ์และไม่สัญลักษณ์ 55+
รอดชีวิตมาได้นี่ แทบปิดซอยเลี้ยงค่ะ เอิ๊กๆๆ

ตอนเรียนเรื่องคุณค่า
ถกเถียงกับเพื่อนและอาจารย์มันส็มากค่ะ
ว่าจะเอาอะไรเป็นเกณฑ์ตัดสินดีชั่วถูกผิด
โอ๊ยยย สนุกมากกกกกก

แล้วก็เวลาเรียนพวกเรื่อง เอ่อ ดิฉันไม่รู้จะเรียกว่าอะไรอ่ะค่ะ
เรื่องพวกสุขนิยม ประโยชน์นิยม อะไรพวกนี้อ่ะค่ะ
ชอบบบบ เรียนไป มองตัวเองไป ตูเป็นพวกไหนกันแน่ 55+


เรียนสาขานี้ ชอบโดนถามว่า จบแล้วทำไรกินได้
นอกจากไปบวช แหมมม อยากจะตั๊นท์หน้าคนถามซักสองสามทีค่ะ
ถามไร ใช้สมองคิดม๊ายยยยยยยยย ฮึ่ยยยย
แล้วที่จบมา ยังไม่เห็นใีใครบวชซักคนค่ะ
ก็เห็นทำงานกันปกติสุขดี บางคนต่อยอดเรียนโท
ทางไปต่อออกจะเยอะนะค้าา ฮิๆๆ

สรุปคือ เรียนเอกนี้ สนุกนะคะ ไม่ได้โม้ 5555+


#24 By ♥ あいの ♥ on 2008-10-10 12:05

โอ๊ะ ลืมแจกดาว
ไม่ได้ๆ ต้องให้ค่ะ เอาไปเล้ยยยยย


Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#25 By ♥ あいの ♥ on 2008-10-10 12:07

สวัสดีค่ะ ^^
ในฐานะที่เรียนปรัชญาเหมือนกัน
อยากจะบอกว่า
ควร "เป็นกลาง" มากกว่านี้นะคะ
แล้วการเรียนปรัชญาจะสนุกขึ้น
และทำให้เราได้เห็นโลกในมุมมองที่พิเศษมาก ๆ เลยค่ะ
ขอบคุณที่เอามาลงให้นะคะ

#26 By [P][e][a][c][H] on 2008-10-10 12:29

\"The heart has its reason which
reason does not understand\"
\"หัวใจมีเหตุผลของมัน ซึ่งเหตุผลไม่อาจเข้าใจได้\"

เป็นคำพูดของนักปรัชญาม่านหนึ่งชื่อว่า
....แบลส์ ปัสกัล..

#27 By paul (58.9.104.178) on 2008-10-10 13:17

โอ้~! กำลังสนใจสาขานี้อยู่พอดีเลยล่ะเจ้าค่ะ ,,>w<,,
ชอบศึกษาเรื่องพวกนี้มากๆเลย ขอบคุณสำหรับความรู้เจ้าค่า~,,^w^,, Hot!

#28 By † ...Red Rose... † on 2008-10-10 13:46

มหาลัยเราแยกตรรกวิทยาออกเป็นสองวิชา

เป็นตรรกวิทยากับตรรกวิทยาสัญลักษณ์
ไอ้สูตร21สูตรน่ะ อยู่ในวิชาหลัง

จะบอกว่า ถ้าได้เรียนจริงๆ แล้วทำแบบฝึกหัดมันสนุกมาก
แต่ก็ยากมาก ถ้าไม่เข้าใจการใช้สูตร

สิบสูตรแรกเราค่อนข้างเข้าใจ แต่สิบเอ็ดสูตรหลังนี่มึนมาก โชคดีที่ไม่ต้องสอบ
แต่ไปเรียนประจำและทำแบบฝึกหัดที่อาจารย์ให้มา

ก็ผ่านไปโดยสวัสดิภาพ

sad smile

#29 By *บลาสต์ on 2008-10-10 13:46

น่าเรียน ๆ :)

#30 By bact' (58.136.52.240) on 2008-10-10 14:13

ปรัซชาและศาสนาเป็นสาขาที่เราอยากเรียนนะ

แต่เราดันสอบตรงไม่ติด....

#31 By แมงสาบ on 2008-10-10 15:33

Hot!
อยากเรียนเหมือนกันเฮะ โดยเฉพาะไอ้เนี่ย >การโต้แย้งด้วยเหตุผล
มีเพื่อนที่เรียนสาขานี้เหมือนกัน เดี๋ยวไปเอาให้มันอ่าน ^^

#32 By Nil on 2008-10-10 15:53

ปรัชญาใครว่าบ้า เรียนแล้วก็สนุกดีนะคะ สอนอะไรหลายๆอย่างเลย
เทอมหน้าคงได้เรียนชัวร์ๆ กับ อ.บุญส่ง ฮีโร่ในใจ ^^

#33 By yunHO_Prince on 2008-10-10 15:56

คนเรียนปรัชญาได้นี่นับถือจริงๆ ต้องมีจินตนาการสูงส่งมาก ถึงขนาดลือกันว่าพวกที่ได้ A จะคุยกะมานไม่รู้เรื่องแล้น 555

#34 By ojisama on 2008-10-10 16:32

สวัสดีค่ะ เพื่อนร่วมอุดมการณ์!

จบสาขานี้ ไม่ตกงานชัวร์ (ถ้าไม่เลือกงาน) แต่ขึ้นอยู่กับว่า ตัวน้องขวนขวายแค่ไหน ....ในการหาความรู้อื่นเพิ่ม เน้นไปที่วิชาโท และความสามารถพิเศษ จะช่วยได้มาก

ปริญญามันก็แค่ใบเบิกทาง ของจริงมันอยู่ที่ตอนทำงาน ว่าเราจะอยู่ท่ามกลางคนอื่น (ที่เป็นคู่แข่งด้วยในขณะเดียวกัน) ได้รอดแค่ไหน?


เห็นด้วยตามประโยคข้างบนมากค่ะ ตัวเราเองก็จบละครเวที (ซึ่งหลายคนกลัว+ถามกันเหลือเกินว่าจบไปแล้วจะเอาไปทำอะไรกิน) แต่เด็กเอกละครก็พิสูจน์กันมาให้เห็นทุกรุ่นแล้วเหมือนกันว่าของแบบนี้มันอยู่ที่กึ๋นเฟร้ยยยยย double wink เห็นด้วยอีกเช่นกันเรื่องให้ขวนขวายหาความรู้อื่นติดตัวไป

วิชาอย่างเราๆเรียนไปแล้วเข้าใจชีวิตมากขึ้นจริงนะ มันเหมาะกับคนที่ไม่เห็นเงินเป็นพระเจ้าจริงๆแหละค่ะ confused smile
ปล. เคยลงเรียนวิชาตรรกกะแล้วเก็บ C+ มาได้ ...โคดดีใจเลยขอบอก 555 sad smile เป็นวิชาที่สนุก เจ้าเล่ห์ และชวนงงดีมาก แต่เรียนแล้วมันเอาไปใช้ประโยชน์ได้จริงนะเอ้อ confused smile

ญาณวิทยาอีกตัว ...เรียนแล้ว ...เอ่อ นี่เรามีตัวตนกันอยู่จริงรึเปล่า หรือจริงๆแล้วเราเป็นแค่ตัวอะไรสักอย่างในอะไรสักอย่างที่ฝันว่าเราเป็นมนุษย์กันแน่ ...แล้วเราหลับหรือเราตื่นอยู่กันแน่ละเนี่ย อ๊ากกกก sad smile

แต่วิชาโปรดในแขนงปรัชญาของเราคือ สุนทรียศาสตร์นะ แต่ตัวนี้ได้เรียนเพราะเป็นวิชาบังคับของเอกละครเวที เก็บ B+ มาได้ด้วย เย้! (วิชานี้คนที่ได้เกรดสูงสุดคือ B+ แล้วมีแค่ 2 คนด้วยน๊า )cry ปลื้มมั่กๆ
เป็นเอกที่อยากรู้ค่ะว่าเค้าเรียนอะไรยังไงมั่ง กระจ่างแล้ววbig smile big smile

#37 By (^_^)/nana on 2008-10-10 19:30

น่าเรียนจริง ๆ ด้วย
ตอนแรกก็กะเก็บเป็นโท แต่เวลาเรียนไม่ตรง
จนปีสูงแล้ว ไปเรียนไม่ทันแล้ว...ได้เรียนไปแค่ตัวเดียวเอง

เรื่องหนังสือเรียนภาษาอังกฤษนี่...ทรมานจริง
ถ้าเรียนเป็นภาษาไทยจะดีกว่านี้มาก

#38 By ★☆KyuubixUsagi on 2008-10-10 20:43

น่าเรียนมากเลยอ่ะ เคยสนใจตอนม.ต้น 55+

มนุษยศาสตร์ - ปรัชญาและศาสนา
กับ มนุษยศาสตร์ - จิตวิทยา

มันน่าสนใจมากๆ ฟังแล้วรู้สึกว่านี่แหละ จะทำให้เราเข้าใจอะไรๆมากขึ้น แต่ก็ไม่เรียน

อยากไปวิทยาศาสตร์มากกว่าก็เลย
ณ ปัจจุบัน ก็เลย วิทยา ปี1เอง 55+

#39 By antzzer on 2008-10-10 20:58

ปรัชญา+ศาสนา=ประเทศจงเจริญ

แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..Hot!
# 14

ตอบอีกที (สายไปป่าวนี่)

เอ่อ ไม่ได้ถามอ่ะ ก็แค่แสดงความเห็นเฉยๆ ใน #4 มันมีประโยคำถามตรงไหนหว่า

#41 By KeeChan on 2008-10-10 23:42

เคยได้ยินเกี่ยวกับคนอื่นๆ นอกเอกปรัชญาพูดถึงคนเรียนเอกปรัชญาว่าเป็นคนพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่พี่พูดรู้เรื่องดีค่ะ confused smile ตอนนี้เก็ตขึ้นมาเยอะว่าเขาเรียนอะไร ทำอะไรยังไงขึ้นมาบ้าง อ่นแล้วอยากลงวิชา การโต้แย้งด้วยเหตุผล ไว้เป็นวิชาเลือก 555

ชอบย่อหน้า คนดีแต่ไร้ปัญญาจังค่ะ!
จากเด็กธรรมศาสตร์..ที่เกลียดพันธมิตร!

#42 By \/ /\ N ∑ Z Z /\ on 2008-10-11 15:11

ธีมใหม่สวยว่ะลมิ้น

ตอนนี้เบื่อธีมเฮียวเทตัวเองแล้ว เป็นท้องฟ้าที่รกมาก ฮ่าๆๆ

#43 By 【いくみ】 on 2008-10-11 15:58

เคยไปแล้วหรอ?
หรือสื่อบอกอย่างนั้นก็เลยเชื่อตามนั้นเลย โดยไม่เคยแม้แต่จะไปหาความจริงด้วยตัวเองเลยสักครั้ง
แล้วทำไมเราไปตั้งหลายครั้งไม่เห็นได้ตังค์สักครั้งเลยอ่ะ? embarrassed
ถ้ายังไม่เคยไปสัมผัสความจริงก็อย่าเพิ่งพูดฟันธงจะดีกว่านะ
ค่ะ ... แล้ว ไม่ทราบว่า นปช. เสื้อแดงนั้นไม่ได้รับเงินมาชุมนุม เหมือนกันหรอคะ ??

กล้าพูดไหมคะว่า นปช. มาชุมนุมกันจริงๆ
"ด้วยใจรักในประชาธิปไตย" หรือเพื่อเงินกันแน่

ถ้าคุณรักรัฐบาลชุดนี้ เพราะว่าเค้าเอาเงินฟรีๆ มาให้คนจน
ทำนโยบายต่างๆ คอรัปชั่นไปต่างๆนานา
นั่นมันภาษีที่คุณจ่ายนะคะ
ึแล้วคุณได้อะไรจากรัฐบาล ชุดนี้บ้าง

เรารู้ว่า วัตถุประสงค์ของ นปช.
เพื่อการธำรงไว้ซึ่งประชาธิปไตย
แต่มันเป็นประชาธิปไตย แบบไหนล่ะ

แบบ ดี หรือแบบเลว ??

ลองเปิดใจให้กว้างนะคะ
แล้ว เสพ สื่อทั้งสองอย่าง ด้วยใจที่เปิดกว้าง นะคะ

ถ้าคุณ ไม่เห็นแก่ ผลประโยชน์ ส่วนตน
คุณก็จะรู้คำตอบ ค่ะ

#46 By philosophy (118.172.95.46) on 2008-10-12 16:33

เห็นคณะนี้ในโควตาเรียนดี มช เนี่ย ว่าจะลง แต่มันดันเอาพอร์ท เลยถอยดีกว่า เหอๆ - -*

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ surprised smile

#47 By [ The White Demon ] on 2008-10-12 20:55

พี่คะ ๆๆ เพื่อนหนู เค้าเรียน คณะมนุษย์ ที่มช.
แล้วปรัชญา มันเป็นตัวบังคับ

มันเคยมาเล่าให้ฟังว่า
มันทำข้อสอบแล้วเค้าก็ถามว่า "มนุษย์เกิดมาทำไม"

หนูก็อึ้ง มันก็อึ้ง 555
สรุปว่า มนุษย์เกิดมาทำไมอะ พี่

#48 By ★sweetmocca★ on 2008-10-13 12:31

เรียนสายนี้แต่พอเรียนไปกลับคิดว่า

ศาสนาไม่ค่อยมีความจำเป็นต่อมนุษย์ และเป็นแค่ยาฝิ่นช่วยปลอบใจไปแล้ว

ตอนนี้กลายเป็นHereticเต็มตัว

#49 By BIG BOSS on 2008-10-18 14:57

เท่าที่เรียนไป ผมว่าอภิปรัชญา สนุกสุดนะ เถียงกันเรื่องจักรวาล แล้วผมไปโยงวิทยาศาสตร์ โยงพวก ไอสไตน์,ฮอว์คิง,นิวตัน มาร่วมถล่ม ปรากฏจนจะหมดคาบก็ยังไม่หมดการวีโต้ ฮร่าๆ

เบื้อปรัชญาอินเดีย มีแต่ห่าไรก็ไม่รู้ ชักไม่อยากคบกับพวกแขกแล้ว

#50 By BIG BOSS on 2008-10-18 15:03