[FS] Kuroyanagi Ibuki

posted on 19 May 2013 04:56 by lumin in FS directory Fiction, Cartoon
 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม
 
 
 
 
 
 
 
 
ชื่อ-นามสกุล : 
黒柳  依舞樹 (くろやなぎ  いぶき)
คุโระยานางิ  อิบุกิ

อายุ : 15 (เข้า16)

เพศ : ญ

ลักษณะภายนอก (โปรดอธิบาย) :
สูง163  น้ำหนักไม่แน่ชัดแต่ค่อนข้างผอม ผมดำสนิท มีหน้าม้าปิดหน้าผากและปอยข้างแก้ม ผมยาวถึงเอว ปกติจะรวบไว้ไม่ให้เกะกะ ตาสีดำสนิท คิ้วเข้ม ริมฝีปากอิ่ม 

กรุ๊ปเลือด :  AB

วันเกิด : 21 / Nov / Heisei 10 (1998)

ศาสนา : ไม่มี

จำนวนสมาชิกในครอบครัว :  2  โปรดระบุ : พ่อกับแม่
 
ชื่อบิดามารดา :
บิดา  黒柳  香月 (くろやなぎ  かずき) คุโระยานางิ  คาซึกิ  
มารดา  黒柳  流樹 (くろやなぎ るな) คุโระยานางิ  รุนะ

อาชีพของบิดามารดา : นักวิจัยในแล็บของบริษัทยาเอกชนทั้งคู่ (คนละแผนก) ← เขียนลงใบทะเบียนว่าพนักงานบริษัทเพราะ "นักวิจัย" เป็นตำแหน่งย่อยของตำแหน่งพนักงานในบริษัท

ชื่อผู้ปกครองในปัจจุบัน : 
บิดา  黒柳  香月 (くろやなぎ  かずき) คุโระยานางิ  คาซึกิ  
มารดา  黒柳  流樹 (くろやなぎ るな) คุโระยานางิ  รุนะ

สถานภาพของพ่อแม่ : อยู่ด้วยกัน 

ความสัมพันธ์ของผู้ปกครองกับตัวนักเรียน :
 
ดีตามสถานภาพ  พ่อกับแม่ให้ความสำคัญกับงานมากเป็นอันดับ1 แต่ถ้านึกออกก็จะพยายามใส่ใจลูกสาวเท่าที่ทำได้  // อิบุกิไม่ค่อยใกล้ชิดพ่อแม่มาตั้งแต่เด็ก สนิทกับยายมากกว่าแต่ยายก็ตายตั้งแต่ยังเด็กมาก อันที่จริงเหมือนจะสนิทกับแม่บ้านที่เป็นพี่เลี้ยงมากกว่าสนิทกับพ่อแม่ด้วยซ้ำ  แต่กับพ่อแม่ก็รู้สึกดีด้วยมากพอดู
 
ถ้าคิดเป็น%  กับคนทั่วไปสนิทที่20-30%  กับพ่อแม่มีค่าความสนิทที่70-80%  สนิทกับแม่บ้านราวๆ 85-90% โดยให้สนิทกับยายที่ 100%
 
สาเหตุที่ย้ายโรงเรียนมา : 
ไม่อยากเรียน ม.ปลาย โรงเรียนเดิม อยากเปลี่ยนบรรยากาศการเรียน เลยสอบเข้าโรงเรียนใหม่ ไหนๆจะสอบเข้าโรงเรียนใหม่เลยสอบเข้าโรงเรียนเปิดใหม่หมาดๆแทนการสอบเข้าโรงเรียนที่มีนักเรียนเก่าเรียนอยู่แล้ว

สมัครเข้าเป็นนักเรียนในชั้นปีไหน : ปี1
 
 
 
 
 


ประวัติโดยสังเขป :  
 
- พ่อ (กรุ๊ปB) และแม่ (กรุ๊ปA) เป็นพวกบ้างานทั้งคู่ วันๆทำงานในแล็บ ทั้งคู่ถูกที่บ้านเซ้าซี้เรื่องแต่งงานบ่อยๆเพราะครอบครัวเห็นว่าถ้าไม่จัดการลูกหลานคงไม่ได้แต่งงานแน่ แต่สภาพงานไม่อำนวยต่อการคบหาคนปกติ จึงคบแฟนแล้วเลิกก็บ่อย ดูตัวแล้วโดนปฏิเสธก็บ่อย สุดท้ายสองคนที่ตกในสถานการณ์เดียวกันจึงได้มีเหตุให้รู้จักกัน ต่างฝ่ายคิดว่าอีกคนนิสัยพอรับได้จึงแต่งงานให้จบๆซะจะได้มีสมาธิทำงานต่อ ไม่ต้องคอยรับโทรศัพท์จากทางบ้าน แต่หลังแต่งงานแล้ว ทางบ้านของทั้งคู่ก็ยังโทรมาไม่เลิกให้มีหลานซะที อิบุกิจึงเกิดมาด้วยสาเหตุนั้น 
 
- เพราะแม่ (รุนะ) เป็นพนักงานแล็บที่รับผิดชอบโปรเจคต์เฉพาะทางอยู่ จึงทำเรื่องผ่อนผันขอหัวหน้าเอาส่วนงานเอกสารกลับมาทำที่บ้านระหว่างเดือนแรกที่ลูกยังเล็ก มียาย (แม่ของรุนะ) เดินทางมาจากบ้านเกิดที่ต่างจังหวัดเพื่อช่วยดูแลหลานและเรื่องจิปาถะในบ้านนับแต่นั้น
 
- อิบุกิอายุเกือบ 5 ขวบยายก็ตายเพราะเป็นหวัดแล้วมีโรคแทรกซ้อน แม่เลยจ้างแม่บ้านควบตำแหน่งพี่เลี้ยงเด็กแทน
 
- 3 ปีถัดมา ครูประจำชั้นส่งจดหมายขอพบผู้ปกครองเพราะน้ำหนักอิบุกิต่ำกว่าเกณฑ์จนน่าเป็นห่วง (พบในการวัดสุขภาพประจำปี)
 
- หาสาเหตุกันพักหนึ่ง สุดท้ายพ่อและแม่ถึงพบว่าแม่บ้านที่เป็นพี่เลี้ยงเอาเงินค่ากินอยู่สำหรับใช้จ่ายในบ้านไปใช้ส่วนตัว บางวันก็นำเศษขนม เศษอาหาร (ที่เหลือจากการกินฟุ่มเฟือยมื้อนี้ มื้อที่แล้ว มื้อก่อนหน้านั้นในตู้เย็น) ให้อิบุกิกินแทนเพื่อประหยัด บางวันอารมณ์ดีหน่อยก็ซื้อขนมของกินเล่นมาใส่ตู้เย็นให้หยิบกินเอง
 
(พ่อแม่ไม่เคยรู้ เพราะวันไหนกลับบ้านเร็วจะโทรมาให้แม่บ้านเตรียมอาหารให้ ถ้าไม่โทรคือไม่กลับหรือกลับดึกมาก)
 
- พ่อแม่จึงไล่แม่บ้านคนนั้นออก แต่ไม่สามารถแจ้งความเล่นงานให้เป็นเรื่องใหญ่โตได้เพราะกังวลถึงผลกระทบต่อตำแหน่งงาน (ห่วงลูกแต่ก็ห่วงงานกว่าหน่อยนึง จริงๆแล้วรู้สึกเหมือนงานที่ตัวเองทำเป็นลูกคนแรกมากกว่า) ทั้งสองคนจึงกลับบ้านบ่อยขึ้น ใกล้ชิดลูกมากขึ้นอยู่พักใหญ่ พอเห็นลูกสาวเดินไปซื้อข้าวกินเองได้ ไม่ต้องห่วงจะอดตาย เสื้อผ้าและการทำความสะอาดบ้านก็จ้างคนมาดูแลอาทิตย์ละ2หนแล้ว จึงค่อยๆหมดความกังวลแล้วเริ่มกลับสู่วงจรชีวิตติดงานแบบเดิม
 

- อิบุกิเติบโตขึ้นมาเป็นเด็กปกติ  เพียงแค่รู้สึกไม่เข้าใจคนที่พิศวาสอาหารหรือขนม  เพราะสำหรับเธอมันเป็นเพียงสิ่งที่กินเพื่อให้ไม่ตายเท่านั้น รสชาติและหน้าตาเป็นแค่การปรุงแต่งฟุ่มเฟือยเพื่อหลอกคนให้หลงใหล  (ไม่ได้ไม่ชอบ แต่เฉยๆ เพราะมองอาหารและของกินต่าง ๆ แยกเป็นองค์ประกอบรูป รส กลิ่น สี ) และมุมมองแบบนี้ของอิบุกิยังรวมไปถึงด้านแฟชั่นและเทรนด์ยอดนิยมของคนในสังคมด้วย
 
 
- หรือจริงๆอาจเป็นแค่มรดกตกทอดด้านนิสัยชอบคิดวิเคราะห์ที่สืบทอดมาจากพ่อและแม่เท่านั้นเอง ไม่ได้เกี่ยวกับประสบการณ์ในอดีตแต่อย่างใด
 
 
 
 


งานอดิเรก
 
- นั่งเหม่อจ้องความว่างเปล่าในอากาศ
- เล่นกับน้องชายข้างบ้าน
- ค้นหาเรื่องที่ตัวเองรู้สึกสนใจ
 
เพราะไม่รู้ว่าชอบอะไรเลยพยายามหาอยู่ บางทีก็ทดลองทำเรื่องแปลกๆเพราะอยากรู้ว่าตัวเองจะรู้สึกยังไง จะชอบขึ้นมารึเปล่า
 
เล่นกับน้องชายข้างบ้านก็เป็นหนึ่งในเรื่องที่เก็บข้อมูลอยู่เช่นกัน
 
จนถึงตอนนี้ก็ค้นพบเรื่องที่คิดว่า "น่าจะรู้สึกสนใจอยู่" หลายอย่างแล้วเหมือนกัน แต่ก็ยังค้นหาเพิ่มเรื่อยๆเพื่อดูว่าสนใจอะไรมากที่สุด
 
 
 
ความสามารถพิเศษ
 
-ทำอาหารจากของเหลือในตู้เย็น...แล้วกินได้หมดไม่ว่าจะออกมารสชาติแบบไหนก็ตาม
(แต่ไม่รับประกันรสชาติว่าคนอื่นจะรู้สึกยังไง)
 
-นอนได้เรื่อยๆ หลับง่ายมาก หลับได้ทุกที่ไม่เกี่ยงสภาพอากาศและเสียงรอบข้าง
 
- พับกระดาษ (โอริงามิ) เพราะกระดาษมันหาง่ายใกล้มือ จริงๆแค่มือหาอะไรทำตอนนั่งเหม่อ ไปๆมาๆก็เหมือนจะจำการพับได้หลายแบบซะแล้ว
 
 

ลักษณะนิสัย :  
 
- นิ่งๆ ไม่ค่อยพูด เฉื่อย
 
- เหมือนเป็นเด็กว่าง่ายแต่ในบางเรื่องที่รู้สึกไม่ยอมรับก็จะหัวดื้อสุดๆ
 
- เจ้าตัวคิดว่าตัวเองเป็นคนปกติ ไม่เคยเข้าใจที่บางทีโดนเพื่อนบอกว่าเป็นคนเย็นชามาก อิบุกิกลับคิดว่าคนส่วนใหญ่ขาดความมั่นคงทางจิตใจมากเกินไปต่างหาก
 
- บางทีก็มองคนทั่วไปในสังคมว่า [ที่คนอื่นจิตใจบอบบาง มีความหวั่นไหวทางอารมณ์สูง เพราะขาดความฉลาดจนไร้สติ ปล่อยให้อารมณ์ชักนำการกระทำและความคิด]
 
- มักทำหน้าตาเฉยชาเสมอ อย่างมากก็ยิ้มเล็กน้อย ไม่คุ้นกับการแสดงอารมณ์ทางสีหน้าเท่าไหร่ (อิบุกิมองว่าเป็นลักษณะของคนสติน้อย ไม่สมควรกระทำเอง)
 
- ถ้าโกรธจะทำหน้านิ่งค่อนไปทางบูด+เย็นชา 
 
- ถ้าเจอเรื่องที่ไม่รู้จะเกิดอาการสนใจขึ้นมาทันที แต่บางเรื่องที่จัดให้มันเป็นรสนิยมของพวก "คนทั่วไป"(ความหมายแง่ลบ) ก็จะไม่สนใจเพราะคิดว่าไร้สาระ
 
 
 
 

อื่นๆ ตามสะดวก :
 
- เพราะพ่อแม่เป็นนักวิจัยบ้างานที่ไม่ชอบเสียเวลาทำงานไปกับการกินข้าวนานๆ (ไม่ได้ไม่ชอบ แต่อยากรีบกินรีบไปทำงานต่อ เป็นห่วงงาน กลัวว่าถ้าไม่คอยอยู่คุมอาจเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ขึ้นกับงานแล้วแก้ไขไม่ทัน) จึงมีพวกกระปุกวิตามินกินเสริมสุขภาพด้วย (กะว่าถ้ากินอะไรที่มันอิ่มง่ายและรวดเร็วแต่สารอาหารไม่ครบ ก็จะทดแทนกันได้ด้วยวิตามินอัดเม็ด)
 
- พอเกิดเรื่องกับลูกสาว เลยเริ่มวิตกจริตแล้วซื้อวิตามินกับอาหารเสริมทิ้งไว้ที่บ้านให้ลูกสาวด้วย กลัวลูกจะขาดสารอาหารที่จำเป็นอีกเป็นครั้งที่2  เป็นห่วงจนถึงขั้นสอนลูกในการวิเคราะห์อาหารที่กินว่าอาหารอะไร มีคุณค่าโภชนาการแค่ไหน ถ้ามื้อไหนกินไม่ครบ จำเป็นต้องหาวิตามินไหนทดแทน ตัวไหนห้ามกินเกินกี่เม็ด ตัวไหนกินมากไปเป็นพิษต่อร่างกายส่วนไหน อาหารเสริมตัวไหนกินได้ไม่มีพิษแต่ไม่ควรกินเยอะเพราะร่างกายดูดซึมไม่หมด
 
- พอมีคุณนายข้างบ้านช่วยดูแล อิบุกิเลยไม่จำเป็นต้องกินเม็ดอาหารเสริมพวกนั้น แถมพ่อกับแม่บอกว่าเด็ก ๆ ไม่ควรกินวิตามินอัดเม็ดเพราะไม่ดีต่อสุขภาพเท่าอาหารจริง หลังจากคุณนายข้างบ้านหย่าสามีแล้วทิ้งลูกชายไว้ อิบุกิจึงเริ่มหัดทำอาหารที่คนกินได้ให้น้องชาย (ตอนนั้นสูงพอการใช้เตาแก๊สทำอาหารได้แล้ว)
 
- รสชาติไม่ขอระบุ เพราะน้องชายพยายามบอกว่าอร่อยเสมอ...แม้บางมื้อสีหน้าตอนพูดคำว่าอร่อยจะบิดเบี้ยวอย่างเห็นได้ชัด
 
- แน่นอนว่าอิบุกิรู้ว่าคงไม่อร่อย แต่ก็พยายามแก้ให้รสชาติพอกระเดือกลงคอแบบไม่ตีกลับ เพราะพ่อกับแม่บอกว่าอาหารรสจัดไม่ดีต่อสุขภาพ ← คิดว่าคำว่าไม่อร่อย แปลว่าสัดส่วนรสชาติไม่สมดุล ความไม่อร่อยจึงเท่ากับมีรสชาติไหนเข้มโดดเด่นมากเกินไป
 
- แต่ถ้าน้องชายไม่อยู่กินข้าวด้วย อิบุกิจะกินขนมปังและน้ำเปล่าควบวิตามินอัดเม็ดแทนการทำอาหาร (มื้อกลางวันที่โรงเรียนเก่าบางทีจะกินแบบนั้น แต่ถ้ามีของกินที่ครบโภชนาการพอสมควรก็จะกินแต่อาหารปกติ)
 
- ไม่ชอบใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีเท่าไหร่ ถ้าจะอ่านหนังสือจะชอบเป็นเล่มมากกว่าอ่านในคอม ไม่ชอบคุย (ในแง่แชท คุยเล่น ไม่ใช่แง่ติดต่อข่าวสาร) กับคนอื่นด้วยการจิ้มปุ่มพิมพ์ข้อความ รู้สึกว่าทีวีและวิทยุมีเสียงคลื่นหนวกหู  การนั่งรถยนต์หรือรถบัสน่าอึดอัด หายใจไม่สะดวก รู้สึกเหมือนโดนขังพิกล  
 
(โดยสรุปแล้วคือ ใช้งานได้ แต่ไม่ชอบ)
 
- ก็เลยไม่พกโทรศัพท์ติดตามตัว จริงๆ ล่าสุดพ่อซื้อสมาร์ทโฟนให้แล้ว แต่อิบุกิชอบทิ้งไว้ในห้องนอน ตอนนี้การใช้งานหลักคือไว้ส่งข้อความถามสารทุกข์สุกดิบกับพ่อแม่แนวๆทิ้งคำพูดไว้บนกระดานข้อความ ถ้าอีกฝ่ายว่างมาเห็นเมื่อไหร่ก็ค่อยตอบ
 
- น้องชายข้างบ้านชื่อ ฟุยุกิ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
KUROYANAGI  Ibuki
 
 
 
 
ตอนแรกจะวาดภาพติดบัตร ไปๆมาๆก็กลายเป็นภาพเต็มตัวแถมลงสีด้วย...
 
 


  
ซูมแล้วค้นพบความเผามาก 
 
 
 
 
 

Contact :

  • EMS
  • Twitter : @LiuLiuWiz 

    เป็นทวิตรวมกับ commu ehw+hme เด้อจ้า ไม่ค่อยทวิต 
    ส่วนมากสิงทวิตหลัก 
    @LUMiNoirY แต่ว่าฟลัดมากแล้วแต่อารมณ์ 
  • Line (เผื่อใครจะถนัดจิ้ม แต่คิดว่าคงไม่มีใครต้องการติดต่อ 55555)
  • Skype : luminoiry
  • E-mail : luminyte@จีแมว (ไม่มีใครส่งแมวมาหรอกมั้ง...)
 
 

 
 
ฝากลูกสาวไว้ร่วมโรงเรียนด้วยคนนะคะ *โค้ง*
 
 
 
 
 
 
ปล. อีกนิด
 
 
 
จริงๆชอบเล่นขาวดำมากกว่า... แต่เพราะภาพติดบัตรเลยต้องลงสี 
 
 
 
 
 
 
 
หลังจากไม่ได้วาดเด็กผู้หญิงมานานมากกกกกกกก
(เลยเสี้ยนจนส่งลูกสาวมาเรียนแทน *ซับน้ำตา* )
 
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

อิบุกิจังน่ารักมาก ฮิเมะคัทนั่นแสนจะโมเอ้ววว
อยากเห็นตอนแต่งกิโมโนหรือยูกาตะเลย
ชีวิตเธอน่าเศร้าไปแล้ว ต่อไปต้องมีความสุขขึ้นนะ!! ; ;
ไว้มาเล่นด้วยกันนะคะ

#8 By TanatOs on 2013-05-26 16:33

อิบูกิจังงง 
แล้วมาเล่นกันนะค๊า

#7 By ❥ bb .- on 2013-05-21 12:51

ทำหน้าตาเฉยชาแบบนี้แอบน่ากลัวเบาๆ นะคะ (แต่จริงๆ ก็ไม่มีอะไรสินะคะ)...
ไว้มีโอกาสจะพาลูกสาวไปคุยด้วยนะคะ >w</

#6 By FameDiary on 2013-05-20 21:03

มาประทับตราอีกครั้ง
โรงเรียนฟุทาทสึซากะยินดีต้อนรับทคุโรยานางิจังอีกครั้งนะคะ
> <
อา ชีวิตต่อจากนี้สู้ๆนะคะ
แต่อิบุกิจังดูเป็นสาวญี่ปุ่นจ๋าสุดๆเลยล่ะ //////

#5 By FutatsusakaADMIN on 2013-05-20 15:08

ชีวิตมันเศร้า
เมื่อชีวิตไม่สนุกกับการกินจะยังเหลืออะไรอีก!!! / โดนผปค.โบกกลับไป
ชอบสาวสไตล์นี้จังแหะ....
สักวันหวังว่าจะได้กินอาหารฝีมือเธอ...../หรือไม่ได้กินดีแล้วกันหนอ

#4 By A.A the wolf on 2013-05-19 15:23

อา ... เลยเติบโตมาแบบเด็กสาวที่ดูด้านชาพอมควรเลยสินะ
แม่บ้านก็ดันไม่เวิร์คอย่างที่พ่อกับแม่คิด
คุณป้าข้างบ้านและฟุยูกิคุงต้องเป็นอะไรที่สำคัญมากเลย
ค่าความสนิทคงราวๆระหว่างแม่บ้านกับคุณยายไปเลยสินะ 
ยังไงก็ยินดีที่ได้รู้จักน้า
ไว้พบกันในโรงเรียนจ๋าจ้ะ

#3 By Pupu Meteor on 2013-05-19 14:09

Hot! Hot! Hot!

#2 By Marauder Youtube on 2013-05-19 07:15

เน้นคำเป็นหัวข้อแบบนี้แล้วอ่านง่ายดีวุ้ย

หน้าตาตุ๊กตาญี่ปุ่นดีจัง...ฮิเมะคัต....แต่งพวกยูกาตะหรือกิโมโนปีใหม่น่าจะขึ้นมาก   รออีเวนท์หน้าร้อนด่วนๆ (ก๊าก)

#1 By Jelphyr on 2013-05-19 06:28