Fic

Happy Rat's Year + เซียมซีปีนี้

posted on 02 Feb 2008 23:27 by lumin  in Fic, lumin

เน็ตเน่า..

 ไว้มาอีดิธวันหลัง

 ---------------------------

 

 เพลงนี้มอบให้เวกจี้ ที่ไม่ใช่ผัก และไม่ใช่เส้นบอกองศาและมุม เนื่องในโอกาสที่จะมีนิยายรักเป็นของตัวเอง ด้วยนางเอกสาวสวยหมวยเอ็กซ์และสุดแสนจะอึ๋มสบึมเซ็กซี่ในชุดกี่เพ้าสีแดง...

(ก๊ากกกกกกกกกกก เอาฤกษ์จีนตั้งกะต้นปีเลยทีเดียว)

 

 

-------------------------

ก็นะ ไม่อยากจะอัพตอบ faq ด้วยเลข28ขนาดนี้ เอาเป็นอัพเซียมซีแทนละกัน

อันเนื่องจากความบื้อส่วนตัวและแอบฉลาดเกินไปในเรื่องที่ไม่อันควร....  หลังจากเอาเมาส์ไปจิ้มๆแตะๆไอ้กระบอกเซียมซี แล้วก็คลิกรัวเมาส์ตรง power gage ก็ยังไม่เกิดอะไรขึ้น.... ฉลาดจริงตู นึกว่าหน้ามันค้าง!!!  เลยคลิกขวาดู พบว่ามันเป็นแฟลช... อืม.... ค้างแน่ๆ ดูสิ มันมีแต่ loop มันไม่มี play  ...ฉลาดมากจนติ๊กเครื่องหมายถูกที่ play ทันใด

 

โอ้วววว ภาพมันกระดิกแล้ว!!!  มันกำลังจะ run OP movie สินะ!!

...........ป้ายไม้เบอร์ 10 เด้งมาแต่ไกล....

อืม... เข้าท่าเนอะ  แต่เพื่อฟามชัวร์  ลองไปเล่นใหม่ดีกว่า.... แง่ม....

(แต่ถ้าใบใหม่ที่จะลองเขย่า มันออกมาซวย ก็จะเอาใบแรกนี่แหล่ะ 5555+)

 

ผลน่ะหรอ.. 12...

 ....ตูควรจะดีใจกับใบนี้มั้ยเนี่ย 555555+ แต่ก็ดูเหมาะอย่างแปลกๆ

[Fic] The Meganes Kingdom

posted on 31 Jan 2008 16:52 by lumin  in Fic

     ากว่าเรื่องนี้เป็นนิทาน ก็คงจะเริ่มต้นด้วยคำว่า 'กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว...' เฉกที่คนทั้งหลายเล่าให้บุตรหลานฟังก่อนเข้านอน

     ทว่า เรื่องดังต่อไปนี้มิใช่นิทาน เหล่ากวีพเนจรทั้งหลายจึ่งมักเริ่มเรื่องนี้ด้วยคำว่า... 

 

 

 '...ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากจะเล่าเล๊ย ไอ้เรื่องพรรค์นี้เนี่ย...'

 

 

 -------------------***************************-------------------

     ทั่วทวีปแว่นแคว้นอันไพศาล ยังมีอาณาจักรแห่งหนึ่งซึ่งถูกปกครองโดยเจ้าชายสามพระองค์ อันเนื่องจากพระราชาผู้ชรามานานเกินชันษาอันควรตั้งสี่สิบกับอีกสามปี ได้ละโลกนี้ไปอย่างกระทันหันโดยมิได้ร่างพินัยกรรมไว้แต่อย่างใด

     ครั้นเจ้าชายทั้งสามเริ่มถกเถียงกันถึงเรื่องสินสมรสของบิดาและสิทธิในการเลี้ยงดูราษฏรทั้งสี่แสนแปดหมื่นครัวเรือนบนแผ่นดิน ได้ปรากฏแม่มดเฒ่าบั้นท้ายเหนียงยานขึ้นมาจากรองเท้าแก้ววิเศษอันเป็นสมบัติคู่ราชวงศ์

     [ หุบปาก! เจ้าพวกโง่ทั้งสาม  ]

      เหล่าเจ้าชายต่างชะงักคมฝีปากตัวเองในบัดดล

     ' มาจากไหนกันยายเฒ่า? ' เจ้าชายองค์โตพูดขึ้นด้วยความไม่พอใจปนพิศวง เปรียบได้ดั่งกระต่ายแคระขนฟูขู่ใส่แมวบ้าน

     ' จากบันทึกประจำราชวงศ์ที่ชั้นศึกษา ยายเฒ่านี่คงเป็นผีอาฆาตที่ร่ำลือกันว่าสิงสู่อยู่ในรองเท้าแก้วประจำราชวงศ์ ' กล่าวจบ เจ้าชายองค์กลางก็บรรจงจรดนิ้วชี้ซ้ายดันสันรองจมูกของแว่นหนึ่งที

     ' อึ่ม... ขอโทษนะ แต่คนนอกกรุณาอย่ามายุ่งเรื่องนี้ได้มั้ย ยายเฒ่าแปลกหน้า ' คำพูดนี้ก็มาจากโอษฐ์ขององค์ชายสุดท้องดังที่ควรคาดเดาได้ตามธรรมเนียม

     คำกล่าวย้ำถึงรอยตีนกาบนใบหน้าเหี่ยวย่นนั้น ได้เพิ่มเชื้อเพลิงให้แก่อารมณ์ของบุคคลเป้าหมายให้ประทุขึ้นยิ่งกว่าเดิม

     [ สามหาว! ]

     ' ห๊าว~ ' องค์ชายทั้งสาม หาวขึ้นมาคนละหนึ่งทีเหมือนประชดวาจานั้น

     เมื่อโดนสบประมาทเช่นนี้ ไฉนเลยยายแก่ ๆ ที่ใช้เวทมนตร์ได้จะไม่ตอบโต้... อนิจจา ว่าที่ประมุขทั้งสาม ประมาทคนไม่ดูเงาหัวตนซะแล้ว..

 

~อาณาจักรแว่นที่สาบสูญและเจ้าชายทั้งสาม~

จบภาค 1

 ----------------------------------------

ขี้เกียจแต่งต่อละ... แง่มๆ

(อัพเลวยังไงไม่รู้ สงสัยอ่านกินทามะรวดมากไป 555++)

Fukisusabu kaze no naka de - image fic

posted on 10 May 2006 05:46 by lumin  in Fic, lumin

Fukisusabu Kaze No Naka De - WAG
Saiyuki Reload ED 2

.

Fukisusabu Kaze no Naka de
Series: Saiyuuki Reload
Vocal: WAG
Second Ending Song

gakeppuchi wo -- bokura wa kakeru
keshite ushiro wo furimukanai
We're racing along the edge of this cliff
By no means will we turn around and look behind us

hitokoto mo kotoba wa shaberazu
itsu no hi mo zangesuru koto mo naku

Without saying a word,
we have neither "someday..." nor regrets

sora wo miagereba hageshii ame ga
furikakaru osomatta ka to
omoeba -- mata -- furihajimeru zujou wo

When we look up to the sky, if we think about things like
that a stormy rain is definitely going to come,
or that sort of thing, then in the sky overhead, it'll start to rain again

omoi okoseba -- karui kimochi de yume wo kime
koi wo kime -- hito wo kime -- jinsei wo kime

When I remember to, I decide on my dreams with non-serious feelings
Decide my love, decide my friends, decide my life...

fukisusabu kaze no naka de
kono PURAIDO wo sutesaru koto ga dekiru darou ka?
koukai to shinjitsu no iro ga
kokoro wo matteiru

In the midst of the raging wind,
I wonder if it's really possible to abandon the sinking ship of my pride
The colors of regret and reality are spinning within my heart

mainichi ga kakumei no naka de -- boku wa
itsumo kimi to issho ni itai!

In the midst of the revolution that is every day, I
always want to be together with you!

asa ga kuru to -- toki ga kawari
kako no kachi ga chuu ni mau

When morning comes, the times change
and the value of the past dances about in midair

ima ga ato de kako ni naru youni
yami wa itsuka niji no kanata

Just as the present, afterwards, becomes the past
there is someday darkness on the other side of the rainbow

daremo ga zetsubou kakushite -- daremo ga iki wo hisometeru
jibun wo azamuku koto wa -- mou dekinai yo!

Everyone is hiding hopes, everyone is holding their breath to keep quiet
But deceiving myself -- I can't do it anymore!

isshoukenmei -- jibun jishin de iyou to suru no ni
mawari ga mina to onaji youni suru
Though trying my hardest all on my own to be strange and different
my surroundings make me into the same as everyone else

fukisusabu kaze no naka de
amari shinkoku ni wa kangaenai hou ga ii no ka?
kon'ya wa uso ni makeru koto naku
kokoro wo koraeteiru

In the midst of the raging wind,
is it better to not think about things so seriously?
Tonight, without losing to lies
my heart endures it all

mainichi ga bunretsu no naka de -- boku wa
itsumo kimi to issho ni itai!

In the midst of the parting of ways that every day involves, I
always want to be together with you!

nani ga tadashikute -- nani ga machigatteiru no kamo
wakaranai -- kono sekai de
ima demo kimi ga boku no
futago da to shinjiteiru yo
What is correct, and what is incorrect in this world,
even that I don't know.
But even now, I believe
that you are my kindred spirit, my twin...

fukisusabu kaze no naka de
kimi no yasashisa ni ochite ikisouna yoru
namida wa itsuka toki no kakera
kokoro ga mayoi odotteiru

In the midst of the raging wind,
the night it seems I will fall into this tender gentleness of yours
Tears will someday be nothing more than fragments of time
my heart is dancing, lost

fukisusabu kaze no naka de
shinjitsu no hono'o ga moeagatteiru
jiyuu ni naritaitte ii nagara
jibun no ORI no naka demo ga iteita

In the midst of the raging wind,
the flame of truth is being kindled
While saying "I wish to be free"
I was struggling in the cage of my self

mainichi ga konran no naka de -- boku wa
itsumo kimi to issho ni itai!

In the chaos that is every day, I
always want to be together with you!

.


.

ฉันที่อยู่ท่ามกลางกระแสลมอันบาดผิวนี้ จะสามารถยืนอยู่ได้อย่างไรกันนะ?

คืนวันต่างดำเนินไป กระแสเวลาเปลี่ยนทางเดินของพวกเราโดยไม่ทันรู้ตัว

แม้ต้องการจะหันหลังย้อนไปแค่ไหน...

ตัวฉันที่เปลี่ยนไป เติบโตกลายเป็นตัวฉันที่ไม่เคยคิดต้องการ

พยายามจะคงตัวเองเอาไว้ แต่...

ฉันที่อยู่ท่ามกลางกระแสลมแรงจนบาดผิวนี้ จะฝืนทนต่อไปได้ถึงเมื่อไหร่กันนะ?

หากมีเธออยู่ด้วยกันตลอดไปได้ก็คงดี

ได้สิ่งที่หัวใจไม่เคยต้องการ ไขว้คว้าหาสิ่งที่ไกลเกินเอื้อมมือ

ทุกขณะที่ผ่านไป แม้หลับตาก็ยังมีภาพเธอฉายอยู่ชัดเจน

...ในตอนนี้ฉันยังไม่เปลี่ยนไป...

แต่ฉันที่โดนกระแสลมอันโหดร้ายห้อมล้อมตลอดเวลา จะยังอยู่ไปจนถึงไหนกันนะ?

พยายามเท่าที่ทำได้เพื่อจะคงเดิม กระนั้นตัวฉันเองก็ค่อยๆเหมือนคนรอบข้างไปทุกลมหายใจ

เมื่อหันกลับไปมองถนนสายยาวที่ก้าวเดินผ่านมา ฉันได้ทอดทิ้งบางสิ่งเอาไว้

...หากเธออยู่ด้วยก็คงดี...

เมื่อหวนมองยังตัวเอง ฉันที่ละทิ้งบางสิ่งไป ได้ตัดสินใจเรื่องบางอย่างทิ้งไปโดยง่ายดาย

แม้ไม่เคยต้องการจากใจ แต่ฉันได้ตัดสินมนุษย์ กำหนดความรู้สึก ตัดสินชีวิต กำหนดความใฝ่ฝัน

ตัวฉันที่โดนสายลมบาดผิวนี้ จะกลายเป็นอะไรกันนะ?

มันคงดีกว่า ที่จะไม่จริงจังกับสิ่งใดมากไป

และคงต้องพยายามเข้มแข็งเข้าไว้ ฝืนทนต่อคำลวงทั้งหลาย

...ต้องการเพียงให้เธอได้มาอยู่ตรงนี้ด้วยกัน...

ผู้คนต่างเก็บงำบางสิ่งเอาไว้ เจ้าของหัวใจที่เลื่อนลอยเหล่านั้นต่างพากันปิดตาต่อความจริงตรงหน้า

ทว่าฉันเองกลับพ่ายแพ้ต่อเสียงแห่งความปรารถนา ฉันไม่สามารถทำสิ่งเหล่านั้นได้

ตัวฉันที่ยังอยู่ท่ามกลางกระแสลมจนเต็มไปด้วยแผลนี้ จะยังต้องต่อสู้ต่อไป

ความจริงและมายารอบตัว ช่างคล้ายกันจนเกินแยกไหว

กระนั้นสิ่งเดียวที่ฉันขณะนี้สามารถเชื่อได้ คือ ตัวเธอในหัวใจยังมีชีวิตอยู่

...ภาวนาอยากให้เธอมาปลอบประโลมใจฉันให้อ่อนโยนลงด้วยกันตรงนี้...

เพราะความจริงที่ฉันได้กระทำ กำลังผูกมัดตัวฉันเอง

...น้ำตาที่ซักวันคงจะกลายเป็นแค่เรื่องในความทรงจำ แต่หัวใจกลับเต้นรัวด้วยความพ่ายแพ้...

ปรารถนาสุดหัวใจให้มีเธออยู่ด้วยตรงนี้ ฉันที่อยู่ท่ามกลางกระแสลมแรงจนบาดผิวคงจะมีแรงฝ่าฝันต่อไป

...ให้ผ่านพ้นวันคืนที่วุ่นวาย...

...ช่วงเวลาอันโหดร้าย...

...ชีวิตที่ไม่มีเธออยู่ด้วยกัน...


~image song fic~

~image son fic~

~image me fic~