[Tag] เรียนปรัชญาและศาสนาอย่างคนมีกึ๋น (...ซะที่ไหน)
posted on 08 Oct 2008 22:18 by lumin in lumin
Tag เรียน......อย่างคนมีกึ๋น
กติกา:
1. copy กติกาของแท็กคนมีกึ๋นไปใส่ไว้ในเอ็นทรี่
2. ตั้งชื่อเอ็นทรี่เป็น "Tag เรียน....อย่างคนมีกึ๋น" <-- ใส่ชื่อคณะหรือเอกที่คุณเรียนลงไป
3. ตอบคำถาม 5 ข้อต่อไปนี้
- ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?
- สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
- สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?
- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ
- อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??
4. พิมพ์ชื่อ Tags ให้ไปอยู่ในหมวดหมู่ของคณะตัวเอง เช่น มนุษยศาสตร์ นิติศาสตร์ ฯลฯ
รวมถึงหมวดหมู่ Admission เพื่อให้น้องๆ ที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ได้เข้าไปเลือกอ่านได้ตามความสนใจ จากนั้นอย่าลืม.. ส่ง tag ต่อ
-----------------------------------------------------
ก็............. แค่อยากทำอะ
ถึงจะไม่ได้เก่งมากมาย แต่เห็นว่าไม่เห็นมีใครทำสาขานี้ (ให้เราไปเทียบอย่างอับอายขายขี้หน้า
) เลยคิดว่า อย่างน้อยก็น่าจะมีใครได้ประโยชน์บ้าง (จะมีเรอะ!?)
- ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?
จบแล้วค่ะ
(ด้วยความภูมิใจสุดๆ ว่าน้ำหน้าหยั่งเรา ก็จบมหาลัยด้วยนะเฟ้ยยยย จบสาขาที่ดูแล้วอาร์ตตัวแม่มาก ก๊ากก) จากคณะมนุษยศาสตร์ สาขาเอกปรัชญาและศาสนา
- สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
ก็ตามชื่อเลย เรียน(คิดว่าน่าจะแทบ)ทุกอย่าง เกี่ยวกับ ปรัชญา และ ศาสนา ที่เค้าบังคับขายเป็นแพ๊กคู่ดูโอ ไม่แยกขาย เพราะเหล่าอาจาย์(เจ้าของหลักสูตรวิชาภาค) เห็นว่า ความรู้ย่อมคู่คุณธรรม ฉันใด ปรัชญาย่อมต้องไปพร้อมศาสนา ฉันนั้น
คนฉลาดหากแต่ไร้คุณธรรม จะทำให้สังคมวุ่นวายมากกว่าพัฒนา เช่นสถานการณ์บ้านเมืองไทยในขณะนี้ที่ประชาชนนิยมเชื่อข่าวสารกันอย่างตามน้ำ ขึ้นกับว่าใครเป็นคนใช้สื่อ
คนดีแต่ไร้ปัญญา ยิ่งตกเป็นเครื่องมือของไอ้คนกลุ่มแรกได้ง่าย เช่นชาวพันธมิตรโดยเฉพาะชนชั้นกลาง-สูง ที่เชื่อถือแกนนำและโฆษก ASTV อย่างไม่ลืมหูลืมตา ชาวบ้านตาดำๆ เค้ารู้กันทั้งนั้นว่าไปช่วยนั่งแล้วได้รับตังแจกน่ะ
(พอเถอะ... กลับมาเข้าภาษาปกติกันดีกว่า เดี๋ยวโดนมือที่มองไม่เห็นเอาสิ่งปฏิกูลมาปาหน้าบ้าน ก๊ากก)
อะแฮ่ม...
เรียนยังไง - ก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ
วิชาเลือกอิสระ ก็เหมือนสาขาอื่น ไม่ขอพูดถึงละกัน วิชาเอก เพื่อความง่าย ขอแบ่งเป็นสายปรัชญา และสายศาสนา
ปรัชญา - เรียนตั้งแต่ต้นกำเนิดปรัชญากันเลย แบ่งกันเป็นสายตะวันตกและตะวันออก
สายปรัชญาตะวันตก เป็นสายที่เรียนกันตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ของชีวิตนิสิตปรัชญาเลยทีเดียว เรียนกันตั้งแต่...ความหมายของชื่อ Philosophy ที่เกิดมาจาก Philos ความรัก + Sophi ความรู้ = ผู้ที่รักในความรู้ (aka .พวกชอบเสือกไปทั่ว ก๊ากกกกกกกก)
ถ้าจะให้เราสรุป ปรัชญาคือวิชาที่ว่าด้วยเรื่องต่าง ๆ ที่มนุษย์ชอบสงสัย เช่น กาีรมีอยู่ (อยากรู้มากกว่านี้ว่า [มีอยู่] ที่ว่าคืออะไร ไปดูแมทริกซ์ภาค 1
) ความรู้ , ความจริง , ความงาม , ความถูกต้อง , ศีลธรรม , ภาษา (หรือก็คือ หัวข้อสนทนาที่คุยกันแล้วอาจถึงขั้นต่อยกันได้ ถ้าเลือกคนคุยผิด)
ปรัชญาก็คือวิทยาศาสตร์สมัยเริ่มแรก (จริงๆคือ วิชาทั้งหลาย มันแบ่งร่างออกมาจากปรัชญาทั้งนั้นแหล่ะ... ลูก ๆ ได้ดิบได้ดีกันไปหมดแล้ว อาร์ตตัวแม่ก็ยังวนๆอยู่แค่เนี๊ยะ
)
นักปรัชญาพยายามไขความสงสัยด้วยสมมุติฐานและการทดลองต่าง ๆ แม้บางอย่างจะไม่สามารถทดลองได้....เช่น โลกของแบบ อันว่าด้วยทฤษฏีของเพลโต สรุปเป็นภาษาเด็กแนวได้ว่า มีมิติอื่นที่เป็นต้นแบบให้ทุกอย่างในโลกที่เรารู้จัก ทุกอย่างที่เรารับรู้อยู่ตอนนี้ คือของทำเทียมมา เอิ้ว... มันจึงไม่สมบูรณ์ มนุษย์คือสิ่งอันไม่สมบูรณ์ ต้นแบบอันเลิศเลอเพอเฟ็กท์อยู่ในโลกของแบบ (ที่ตะหงิดๆว่า เพลโตจะหมายถึงดินแดนของพระเจ้ารึเปล่า...)
ไอ้ทฤษฏีโลกของแบบเนี๊ย มันจะไปทดลองพิสูจน์กันได้ยังไงกันเล่า!!
ยังครับ ยังไม่พอ นั่นมันแค่ตัวอย่างเรียกน้ำย่อยเท่านั้น
ปรัชญามีหลายสายยุค หลายสายหลักๆ
ยุค
1. ยุคดึกดำบรรพ์ หรือยุคก่อนเกิดวิชาปรัชญา (เรียนเพื่อ....
คิดซะว่าค้นหารากเหง้า)
2. ยุคกรีก
2.1 ยุคโบราณ
2.2 ยุครุ่งเรือง (คนดังๆ เค้าอยู่ยุคนี้กัน เช่น เพลโต โซคราติส อริสโตเติ้ล)
2.3 ยุคเสื่อม/ยุคแฮ็ลเล็น (ยุคหลังอริสมัน เอ้ย อริสโตเติ้ล ไปจนถึงกำเนิดปรัชญาคริสต์)
2.4 ยุคโรมันเรืองอำนาจ (กรีกกะโรมันไม่ถูกกันนะเออ
)
3. ยุคกลาง (เค้าบอกว่าเป็นยุคที่ปรัชญากรีกเริ่มประนีประนอมกับคริสตศาสนา)
4. ยุคใหม่ ( ตั้งกะหมดยุคกลาง จนถึงปัจจุบัน)
4.1 สมัยเรอเนซองท์... หรือว่า เรเนอซองท์นั่นแหล่ะ
4.2 สมัยใหม่ (ยุคนี้มีเปิดเป็นวิชาเลยนะ นักคิดช่วงนี้มีบทบาทอย่างมากต่อการเติบโตของปรัชญายุคหลัง เช่น Descartes , Spinoza , Leibniz , Locke , Hume , Voltaire , Rousseau และ
อีค้านต์ที่สุดแสนจะน่ารังเกียจ)4.3 สมัยปัจจุบัน ( ตั้งแต่อีค้านต์ จนถึงปัจจุบัน)
สาขา
เค้า(ใครก็ไม่รู้)แบ่งปรัชญาเป็น 4 สาขา
1. อภิปรัชญา Metaphysics (ศึกษาว่า ความจริงคืออะไร...ปวดหัวมากโขโบก)
2. ญาณวิทยา Epistemology (ศึกษาหาวิธีเข้าถึงความจริง หรือว่า เราจะรู้ความจริงได้ไง? เลยมีชื่อเล่นว่า สาขา ทฤษฏีความรู้)
3. คุณวิทยา Axiology (ศึกษาเรื่องคุณค่า Values แบ่งได้อีก 2 หน่วยย่อย
)
3.1 สุนทรีสาด เอ้ย ศาสตร์ (ว่าด้วยเรื่อง ความงามที่สามารถเสพได้ในแง่ต่าง ๆ ตา หู จมูก ปาก
)
3.2 จริยศาสตร์ / จริยปรัชญา
3.2.1 (แบ่งอะไรนักหนา) ศึกษาหาจุดมุ่งหมายของการเกิดและการมีชีวิตอยู่ของมนุษย์
3.2.2 จะไปถึงจุดหมายสูงสุดของชีวิต (ตาม 3.2.1) ได้อย่างไร?
3.2.3 จะตัดสินเกณฑ์วัดความ ดี-ชั่ว-ถูก-ผิด ได้อย่างไร? ว่าด้วยเรื่อง จริยธรรม
3.2.4 ค่าทางจริยธรรมนิยามได้หรือไม่ อย่างไร (และอื่น ๆ อีกมายมายน่าปวดหัว จะคิดไปทำไม
ฝรั่งนี่คิดมากไม่เป็นเรื่อง)
4. ตรรกวิทยา Logic (ที่แจก F ให้เรามาตัวนึงตอนเทอมแรก โทษฐานเอาโคนันเล่มใหม่ไปอ่านในห้อง และไม่ทำการบ้าน เลยต้องส่งข้อสอบเป็นกระดาษเปล่า... เพราะทำข้อแสดงวิธีทำไม่ได้ ก๊ากกก ใครจะไปคิดว่า วิชาที่ว่าด้วยเรื่องของ ระบบเหตุผล/เกณฑ์การใช้เหตุผล เพื่อเป็นเครื่องมือเอาไว้ถกเถียงปัญหาปรัชญา มันจะ
เสือกใช้สูตรตรรกะ 21 ข้อออกข้อสอบด้วย... แสด...จริงๆก็รู้ แต่ไม่คิดว่าจะให้แสดงวิธีตอบอะ ไม่ได้จำมา ก๊ากกก เลวเอง ชั่วเอง ได้ F ไปก็สมควรแล้ว)
--------------------------------------
ไอ้สาขาย่อยที่ว่ามาทั้งหลายของปรัชญาตะวันตกน่ะ..... แบ่งรายชื่อวิชาที่ต้องเรียนคือ
ปรัชญาเบื้องต้น - พื้นฐานคร่าว ๆ ของปรัชญาตะวันตก ปกติถ้าเป็นสาขาเอกอื่น ก็จะเรียนวิชานี้กัน
อภิปรัชญา - ว่าด้วยการศึกษาเพื่อค้นหาความจริง... เรียนแล้วงง อารมณ์เหมือน.... ไอ้ฝรั่งเอ๊ย!! พวกเอ็งจะอยากรู้เรื่องนี้ไปเพื่อ!!! เข้าใจเลยที่พระพุทธเจ้าบอกว่ามันเป็นปัญหาที่ไม่ควรไปคิด ไม่สร้างสรรค์
ญาณวิทยา - ใครที่ชื่นชอบ Matrix น่าจะปลื้มวิชานี้มาก เรียนแล้วอาจจะหลอนไปพักใหญ่ ๆ ว่าตัวเรามีจริงหรือไม่ พิสูจน์ยังไงดี การบ้านที่เราส่งไปจะโดนหาว่าไม่มีอยู่จริงหรือเปล่า หรือว่าเราจะบอกอาจารย์ไปว่า จริง ๆ แล้วส่งการบ้านไปเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าอาจารย์ไม่สามารถพบเห็นมันได้เนื่องจากมีประสาทสัมผัสไม่ตรงกัน (บ้า...)
ปรัชญาตะวันตกสมัยเก่า / ปรัชญาตะวันตกยุคกลาง / ปรัชญาตะวันตกสมัยใหม่ - ศึกษาแนวคิดของนักปรัชญาในยุคนั่น ว่าด้วยสภาพแวดล้อมสมัยนั้น และความรู้เท่านั้น เค้าพัฒนาความคิดด้านปรัชญามาเป็นแบบที่เห็นได้ยังไง มีใครเป็นแรงบันดาลใจในการต่อยอดความคิด ความคิดทางปรัชญาสายหนึ่งสามารถแตกแขนงไปสองหรือสามสายพร้อมกันได้อย่างไร บลา ๆ ๆ
ปรัชญากรีก - ซึ่งเราโดดบ่อยมากเพราะมันเรียนเช้า (แถมเรียนอีกทีก็ตอนบ่ายโน่น) แต่สนุกนะ เข้าไปนั่งวิเคราะห์นิทาน+ตำนานเทพกรีก ความเชื่อของชาวกรีกที่แฝงอยู่ในประวัติศาสตร์อันมีชื่อเสียง(และในตำนานเทพทั้งหลาย) มีการวิเคราะห์เส้นทางการเติบโตของ Hero/Heroin ด้วย ฮาๆ เรียน ๆไปคิดว่า เป็นวิชาที่เหมาะเอาไว้ศึกษาการแต่งโครงเรื่องมาก ๆ (แอบนึกถึง "อริส ตำหนักเทพ" ด้วยล่ะ ก๊ากกก)
ปรัชญาคริสต์ - ไม่ค่อยชอบวิชานี้เท่าไหร่...
ด้วยความอคติศาสนาคริสต์จากประสบการณ์ส่วนตัว แบบว่าเรียนไปก็เซ็งไป เซ็งชาวคริสต์บางจำพวก ที่เอาศรัทธามาปนกับความจริง เอาศรัทธาไปยัดเยียดให้เป็นมาตรฐานความดีของโลก แต่ก็นั่นแหล่ะ ถ้าเราไม่รู้จริงแล้วไปว่า เราเองนั่นแหล่ะที่แย่กว่า (เลยต้องเรียนให้เข้าใจก่อนค่อยด่า ก๊ากกกก)
ปรัชญาการเมือง - สนุกดีนะ สำหรับคนที่สนใจสถานการณ์บ้านเมือง วิเคราะห์สังคม เศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง อย่างเน้น ๆ รู้สึกว่าพวกสายบริหาร/รัฐศาสตร์ ต้องเรียนตัวนี้ด้วย (พ่อเราก็เรียน) ศึกษาให้เข้าใจถึงเหตุผลของนักปกครอง ว่าทำไมไอ้สิ่งที่ท่าน ๆ ทั้งหลายทำลงไป มันถึงขัดกับความต้องการของประชาชน
ปรัชญาสังคม - จำไม่ได้ว่า มันเป็นวิชาเดียวกะ ปรัชญาการเมือง(ที่เราสับสนชื่อวิชาไปเอง) รึเปล่า (ถ้าจำไม่ผิด)วิชานี้จะเรียนเรื่องเกี่ยวกะสังคมมนุษย์ ประมาณว่า ทำไมสังคมมนุษย์ถึงเป็นแบบนี้ ทำไมเราต้องเกาะกลุ่มกัน ทำไมถึงต้องมีกฏหมาย ทำไมสังคมถึงมีสันติสุข ทำไมทั้งที่มีนักปรัชญาหลายคนหาว่า สันดานมนุษย์จริงๆ แล้วป่าเถื่อน ถึงสามารถอยู่ร่วมกันได้
ปรัชญาศิลปะ - ตัวนี้ไม่เคยเรียน (พอดีลงตามเพื่อนอีกกลุ่มนึง เลยไปเรียนอีกวิชา) แต่อยากเรียน ตอนปีห้าดันไปลงผิดเป็นตัวถัดไป ก๊ากกกกกก ก็เห็นว่าไหน ๆ เราก็ชอบศิลปะ ก็เลยอยากเรียนเฉย ๆ อะ (บอกแล้วว่า คนที่เหมาะกับปรัชญาคือคนชอบเสือก ฮาๆ)
ปรัชญาในศิลปะ - ศึกษาปรัชญาที่แฝงมากับศิลปะแนวต่าง ๆ ศึกษาแนวคิดของศิลปิน ว่าในการทำงานชิ้น ต่าง ๆ (ทั้งดังและไม่ค่อยดัง) เค้ามีความหมายแฝงอะไร หรือไม่ อย่างไร ทำไม บลา ๆ ศิลปะคืออะไร ความหมายของศิลปะที่มีในคนสร้างและคนเสพศิลปะนั้นๆ
จริยศาสตร์และสิ่งแวดล้อม - เนื้อหาทันโลกสุด ๆ ว่าด้วยเรื่องของมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม ว่าไอ้ที่เราใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดล้อม จริงๆ แล้วเป็นการฆ่าตัวตายทางอ้อมรึเปล่า? เราควรรู้สึกผิดบาปต่อสิ่งแวดล้อม/ธรรมชาติหรือเปล่า? หรือเราไม่ควรไปสน สนแค่ว่าเราได้ประโยชน์แค่ไหน เสียประโยชน์แค่ไหนก็พอ พูดง่าย ๆ คือเป็นวิชาว่าด้วยจิตสำนึกของมนุษย์ที่อยู่อาศัยในโลกใบนี้ และใช้ประโยชน์จากมันมามากมาย
เทคโนโลยีจริยศาสตร์ - ตามชื่อวิชาเลย ว่าด้วยเรื่องของจริยธรรม กับ เทคโนโลยี ว่าเทคโนโลยีที่สูงขึ้นทุกวัน มันมีปัญหามั้ย? ความคิดทางจริยธรรมของเราสูงตามความเจริญแค่ไหน? เราควรจะยืนอยู่ระหว่างสองอย่างนี้ยังไงดี?
สุนทรีศาสตร์ - วิชาที่ว่าด้วยเรื่องของ ความงามกับมนุษย์ ศิลปะแง่ต่าง ๆ ที่มีบทบาทในสังคมมนุษย์นับแต่โบราณ เช่นพวก สิ่งก่อสร้าง ปฏิมากรรม จิตรกรรม คีตกรรม จารีตประเพณี และอื่น ๆ ที่จำไม่ได้ (ฮาๆ) มีเนื้อหาครอบคลุมไปในผลงานทางศิลป์ต่าง ๆ ของมนุษย์ทั่วโลก นับแต่ยุคหินโบราณมาจนยังปัจจุบัน (ประทับใจกับเดวิดที่ "เล็ก" ลง ก๊ากกกกกกก น่าสงสารเดวิดจริงๆ)
ปรัชญาภาษา - พูดถึงภาษาที่มนุษย์ใช้ ในแง่ปรัชญา ว่ามีหลักเกณฑ์อย่างไร ภาษามีอยู่เพื่ออะไร บทบาทในสังคมของภาษา การใช้ภาษาที่ไม่ถูกต้อง ภาษาที่ใช้เพื่อให้เข้าใจผิด ความหมายของภาษาที่ไม่ตรงกับความหมายที่แท้จริง เจตนาของคนใช้ภาษาที่พูดด้วยความหมายที่ไม่ตรงกับความหมายที่ถูกต้อง แต่คนฟังสามารถเข้าใจความหมายที่แท้จริงได้ (ใช่ซี๊~~!!!) บลา ๆ ๆ (จริง ๆ แล้วอาจไม่ถูกต้อง เพราะเรา E วิชานี้มารอบนึง ก๊ากกกกก ) เอาเป็นว่า ชื่อวิชาเป็นไง ก็เป็นตามนั้นแหล่ะ เข้าใจง่าย ๆ
ตรรกะ - จะต้องอธิบายอะไรอีกหรอ
เอาเป็นว่า มันคือวิชาตรรกะ ตั้งแต่ ว่าด้วยการใช้ประโยคตรรกะ ถูก/ผิด ไปจนถึงการวิเคราะห์หาค่าความจริงในแง่ต่าง ๆ แต่สำหรับนิสิตเอกปรัชญา จะเรียนแบบเข้มข้นกว่าคลาสที่มีคนนอกเรียนด้วย
เราไปเรียนแก้ E วิชานี้กับนิสิตเอกอื่น รู้สึกว่าทำไมมันง่ายแบบนี้!!! แสดดดด ไอ้สูตรนรก 21 ข้อนั่นก็ไม่มีสอนด้วย แย่!!!
การโต้แย้งด้วยเหตุผล - ว่าด้วยเรื่องของ การยกข้ออ้างที่ฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถหาช่องโหว่ได้ และ เน้นไปที่การหาจุดอ่อนของฝ่ายตรงข้ามขึ้นมาใช้เพื่อให้ฝ่ายเราได้เปรียบในการโต้แย้ง มีเนื้อหารวมไปถึง การวิเคราะห์สภาพจิต/การกระทำ/สถานการณ์แวดล้อม ที่มีผลต่อการกระทำของบุคคล เพื่อมองให้เห็นถึงเหตุผลภายใต้จิตใจและการกระทำของบุคคลนั้น warning ไม่เหมาะสมในการใช้สกิลนี้กับผู้มีอำนาจเหนือกว่า เช่น เจ้านาย หรือ พ่อแม่ เพราะอาจโดนตบบ้องหูเอาถ้าใช้ผิดวิธี... วิชานี้ควรใช้ร่วมกับวิชาสาลิกาลิ้นทอง 
การศึกษาค้นคว้าทางปรัชญาด้วยตนเอง (ทีสิด) - การประมวลผลว่า ในจำนวนวิชาด้านปรัชญาต่าง ๆ ที่ได้เรียนมา 4 ปีนั้น คุณเก็บเกี่ยวได้แค่ไหน? เอามาใช้ประโยชน์ได้แค่ไหน? ฉะนั้น ในระหว่างที่ยังไม่ต้องทำทีสิด ขอแนะนำให้ค้นหาตัวเองให้เจอ ว่าชอบปรัชญาแนวไหน และถนัดแนวไหนที่สุด ก็เอาแนวนั้นแหล่ะมาต่อยอดเป็นหัวข้อทีสิด จะทำให้ทีสิดผ่านง่ายมากๆๆๆๆ (เราถนัดด้านวิเคราะห์ ใช้เวลาในการพรีเซนท์ทีสิดให้ผ่าน... ไม่เกิน5 วัน
ทำ paper เสนอของแต่ละบทเอาคืนก่อนส่งนี่แหล่ะ ก๊ากกกกกก ที่เหลือก็แค่มาแก้สำนวนทั้งนั้น)
จะตายจะรอด อยู่ที่ตอนเลือกหัวข้อนี่แหล่ะ.... หัวข้อดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
หมดทุกวิชา(ที่รู้จัก)ยังวะเนี่ย
สายปรัชญาตะวันออก
ก็เรียนทั้งปรัชญาจีน และ ปรัชญาอินเดีย ซึ่งสองแขนงนี่ อยู่ในชื่อวิชา ปรัชญาจีน / ปรัชญาอินเดีย (เท่านั้น!! แต่ปรัชญาตะวันตกแม่งเรียนกันให้อ้วกไปข้าง
แต่จะไปว่าเค้าก็ไม่ได้ คนสร้างมันเป็นตะวันตกนี่หว่า... ไอ้ปรัชญาตะวันออก ใส่มาให้มันครบเท่านั้นแหล่ะ เดี๋ยวจะโดนหาว่าแบ่งแยกสีผิว เอิ้ว )
ปรัชญาจีน และ ปรัชญาอินเดีย นั้น แบ่งออกเป็น ภาคทฤษฏีและภาคปฏิบัติ
ฟังดูแล้วน่าปวดตับ!?
ขอโบกว่า มันสนุกกว่าเรียนปรัชญาอีค้านท์หลายเท่า
ภาคทฤษฏี
ปรัชญาจีน - เรียนเรื่องนักปรัชญาจีน ซึ่งคัดมาเรียนแนวคิดอยู่ 4 คน (ถ้าจำไม่ผิดนะ แต่เราจำได้สองคน ฮาๆ) เช่น ขงจื้อ (อาร์ตตัวพ่อของปรัชญาจีน) เล่าจื้อ (และคนอื่นที่ไม่ค่อยสำคัญ เราเลยจำไม่ได้ ก๊ากๆๆ)
เมื่อเรียนปรัชญาจีน จะรู้สึกได้ถึง ความละเมียดละไมในแนวคิด ที่ชาวตะวันออกมีต่างจากชาวตะวันตก อาจารย์ที่สอนพูดไว้ว่า ปรัชญาตะวันออก จะเน้นการอยู่กับโลกและธรรมชาติ ในขณะที่ปรัชญาตะวันตก เป็นไปในลักษณะที่แข็งกระด้างกว่า ต้องการจะควบคุมโลกและธรรมชาติมากกว่า )
วิชาปรัชญาจีน... ทำให้เราเข้าใจว่า ทำไมจิ๋นซีถึงเผาตำราขงจื้อ... เหอะๆๆๆ (เป็นความสัมพันธ์ที่เปรียบได้กับ รัฐบาลทักษิณและญาติ กับ แป๊ะลิ้มและผองเพื่อน ยังไงยังงั้น... )
ปรัชญาอินเดีย - เรียนเรื่องแนวคิดพื้นฐานความเชื่อของชาวอินเดีย ปรัชญาอินเดียเป็นวิชาที่น่าสนใจมาก สามารถนำความรู้มาต่อยอดแต่งฟิค/เขียนออริ ได้อีกมากมาย
ทั้งเรื่องของความเชื่อด้านวิญญาณ ด้านตัวตนที่แท้ของทุกสิ่ง ความคิดที่มีต่อความดีและสังคม
ได้เข้าใจว่า ทำไมชาวอินเดียถึงยึดติดกับเรื่องวรรณะกันมาก ทำไมชาวอินเดีย(บางเผ่าพันธุ์)ถึงดุร้ายและโหดเหี้ยมกับเพื่อนมนุษย์ตาดำ ๆ ได้ลงคอ
ทั้งนี้ทั้งนั้น วิชาปรัชญาตะวันออกทั้งสองนี้ ผู้เรียนจำเป็นต้องมีจินตนาการสูงส่งอยู่ระดับหนึ่งเลยทีเดียว...
เพราะมันเป็นวิชาที่ว่าด้วยศาสตร์อันล้ำลึกกกกกกกกกก อาร์ตตัวพ่อตัวแม่มากๆ
และทิ้งท้ายด้วย วิชาที่เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสำคัญแค่ไหน
ปรัชญาไทย / ปรัชญาการศึกษาไทย
................ คือแบบว่า มันต่างกับวิชาประวัติศาสตร์ไทย (ช่วงร.4 - ร.7 ) นิดเดียวเองอะ เป็นวิชาที่ให้อารมณ์ม๊อปนักศึกษาธรรมศาสตร์มากๆ อธิบายไม่ถูก เหอๆๆๆ เป็นวิชาเลือกน่ะ จะเรียนไม่เรียนก็ได้
ภาคปฏิบัติ
ปรัชญาจีน - เรียนรำมวยไทเก๊กกัน... สนุกนะเออ!!
ถ้าสามารถพอ จะเอาไปประยุกต์เป็นศิลปะป้องกันตัวได้ด้วยนะ ร่างกายก็แข็งแรงขึ้น (แบบว่า มีตอนนึง อาจารย์เค้าท้าให้ยืนขาเดียวกัน... ไม่มีใครยืนนานสู้อาจารย์ได้เลย โดนแซวทับเลย ว่าพวกคุณอายุยี่สิบ ยังร่างกายแข็งแรงสู้ผมที่อายุห้าสิบไม่ได้
)
ปรัชญาอินเดีย - เรียนโยคะกันอย่างหลับสบายหายเมื่อยเลยทีเดียว ฮาๆๆๆ ช่วงที่เรียน เพื่อน ๆ จะบ่นว่าอ้วนขึ้น (เพราะว่าเรียนเสร็จก็ทุ่มกว่า สองทุ่ม แล้วก็หิวกัน กินเยอะกว่าเดิมอีก ก๊ากก)
ศาสนา - เรียนกันตั้งแต่ศาสนายุคโบราณอีกเหมือนกัน แล้วก็แบ่งเป็น
ศาสนาพุทธ (ซึ่งมีวิชาแตกย่อยเป็น วิชาการทำสมาธิอีกตะหาก(บังคับเรียนด้วย) มีวิชาพระไตรปิฏกศึกษาด้วยนะเออ อาจารย์เจ๋งที่สุดในมหาลัย!! เพราะอาจารย์ตาบอด เอิ้ววว สุดยอดมากๆๆอะ ถ้าจำไม่ผิด เค้าจบปริญญาเอกจุฬาด้วยนะ ไม่รู้ตอนนี้ยังสอนอยู่รึเปล่า เพราะเป็นอาจารย์นอก )
ศาสนาพรามหม์+ฮินดู (วิชาเก็บเกรดอย่างแท้จริง
)
ศาสนาคริสต์ (เรียนพวกไบเบิ้ล)
ศาสนาอิสลาม (เรียนพวกอัลกุรอาน)
ศาสนาเปรียบเทียบ (ก็เหมือนชื่อแหล่ะ เกรียน เอ้ย เรียนเกี่ยวกับศาสนาต่าง ๆ ประมาณว่า เอาให้รู้ว่า ศาสนาทั้งหลาย มันเหมือนกันอย่างไร ต่างกันตรงไหน มีข้อดีเอาไปใช้ได้จริงยังไงบ้าง เรียนเพื่อเข้าใจ ไม่ใช่ เรียนเพื่อต่อต้าน )
อื่น ๆ ก็คือ นึกไม่ออกแล้วค่ะ
จำชื่อวิชาได้เยอะขนาดนี้ก็บุญแล้ว
ว่าแต่...
Zen กับ เต๋า ที่ไม่ใช่สมชาย กลัดเข็มเนี่ย... ควรจัดว่าเป็นปรัชญาหรือศาสนาดี? ถึงมันเรียนอยู่ในปรัชญาจีน แต่เราว่ามันก็กึ่ง ๆ ระหว่าง ปรัชญา และ ศาสนา เนี่ยแหล่ะ
- สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?
ใช้ปรับปรุงคุณภาพชีวิต (ก๊ากกกกกก) แบบว่า... สำหรับแราแล้ว มันช่วยเติมเต็มสิ่งที่อยากรู้หลาย ๆ อย่าง ที่คงไม่มีวันได้จากสาขาวิชาอื่น ซึ่งมีแต่สอนความรู้ยัดหัว แต่ไม่ได้สอนวิธีใช้งานให้ชีวิตมีความสุขขึ้น
(เช่น วิชาบัญชี!! อร๊ากกกกกกกกก)
จริง ๆ แล้ว มันช่วยให้เราอยู่รอดปลอดภัยในยุคที่ผู้คนใส่หน้ากากเข้าหากันอย่างตอนนี้ ถ้าเราใช้วิชาที่เรียนมาได้ถูกต้อง เราจะสามารถคิดได้ คิดถูก คิดดี ไม่หลงไปตามกระแสสังคม รู้จักการใช้สติ รู้จักการใช้เหตุผล (ซึ่งหลาย ๆ คนอ้างว่ามี แต่ไม่เห็นแม่งจะใช้) รู้จักการวิเคราะห์สถานการณ์ อ่านใจคน และ ปลงกับคนห่วย ๆ ได้เก่งขึ้น
และเอาเวลาที่นั่งด่าคนอื่น(ที่หน้าทำเนียบ) ไปทำอะไรที่สร้างสรรค์กว่านั้น
แต่ถ้าจะเอารายชื่อสาขางานอย่างชัดเจนล่ะก็ เพียบ.... เช่น ที่ฮิตๆ กันก็คือ สาขาด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ บริหาร โดยอาจเรียนปริญญาตรีหรือโทอีกใบในสาขาข้างต้น พื้นฐานจากการเรียนปรัชญาจะสามารถช่วยได้มาก ถึงมากที่สุด
หรือไม่ก็อาจไปต่อด้านการตลาด ทำงานด้านแผนกบุคคล มาเก็ตติ้ง บลาๆ
ส่วนมากที่ฮิต ๆ กันก็คือ เรียนปรัชญาควบนิติ แล้วไปสอบทนาย/อัยการ เอา (อัยการนี่สอบอันเดียวกับทนายป่าววะ ก๊ากกก) ส่วนแนวรัฐศาสตร์และบริหาร... ก็ถ้ารัฐศาสตร์/บริหารจบแล้วทำงานอะไรได้ ก็ตามนั้นแหล่ะ (เล่นง่าย)
หรือไปสายศิลปะก็ส่งเสริมกันดี การเรียนปรัชญาและศาสนา สามารถเพิ่มพูนความสามารถ จินตนาการและแนวคิด ในการสร้างสรรค์งานด้านศิลปะได้มาก ทั้งด้านสายถ่ายรูป วาดรูป การครีเอทต่าง ๆ รวมถึงงานเขียน ตั้งแต่การเขียนคอลัมภ์ ตำรา ไปจนนวนิยาย
ส่วนสายวิทย์อื่น เช่น หมอ วิศวะ ได้ข่าวว่ามีวิชาเรียนตรงกับสายปรัชญาและศาสนาหลายตัว ฮาๆๆ แต่ก็นั่นแหล่ะ ถ้าอยากเป็นหมอ / วิศวะ แต่แรก ก็ไปเรียนสาขาโน้นสิ ใครเค้าจะมาเรียนเอกปรัชญาและศาสนา...
การเรียนปรัชญาและศาสนา จะได้ประโยชน์ในแง่ การบริหาร การจัดการทรัพยากรมนุษย์ การสร้างสรรค์ การดูแลความถูกต้องเหมาะสม ใครคิดว่างานไหนที่ใช้ประโยชน์ 4 อย่างข้างต้นได้บ้าง ก็งานนั่นแหล่ะที่คุณสามารถเอาสาขาวิชานี้ไปใช้ได้
- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ
ใช้จินตนาการสูงๆๆๆๆๆ
และพยายามเข้าใจ มากกว่า ท่องจำ เทียบเป็นอัตราส่วนของจินตนาการ/เนื้อหาในหนังสือ ได้เป็น 65:35 โดยประมาณ (จากคนที่จำไม่เก่งอย่างเรา จนได้ F วิชาตรรกะและทฤษฏีปรัชญาจีน แต่สอย B ได้จากวิชาแนววิเคราะห์ทั้งนั้น ฮาๆๆ)
เอาจริงๆแล้ว ถ้าตั้งใจเรียน (เหมือนเพื่อนเราที่ได้เกียรตินิยม) ไม่คุยในห้อง (เหมือนอีรุ่นน้องสุดห่วย) ไม่โดดเรียน (เหมือนกระรอกฉ่อยบางตัวที่ถ้าไม่ป่วยก็เผางานฟรีแลนซ์จนดับชีพคาโต๊ะ ฮ่วย) มาเรียนให้ทันจะได้ไม่โดนเช็กขาด (เหมือนเราที่มัวแต่เล่นแร๊คนรกจนตื่นเรียนคาบเช้าไม่ทัน.... เกือบหมดสิทธิ์สอบแหน่ะ
ดีนะเป็นวิชาของ อ.ที่ปรึกษา ที่ปากร้ายแต่ใจดี ได้ D ก็ยังดีกว่า เรียนใหม่ปีหน้าล่ะวะ... ขี้เกียจ...) การเรียนให้ได้เกรดสวย ๆ ก็ไม่ยากหรอก
(ไม่อยากจะคุย ถ้าเอาความเริ่ดดดดดเฉพาะในวิชาปรัชญาที่ชาวบ้านไม่เข้าใจ เราทำได้ดีกว่าเพื่อนทุกคนในห้องอีก (เพราะแม่งเพ้อเจ้อเก่ง) แต่เกรดลุ่ม ๆ ดอนๆ เฉียดโปรทุกสองเทอม เพราะขี้เกียจเนี่ยแหล่ะ
มีเทอมนึง ได้ 1.50 พอดีเป๊ะด้วยล่ะ กร๊ากกกกกกก พอดีเทอมนั้นตกวิชา 3 หน่วยกิตไป 2 ตัว
เปรี้ยวได้อีก... )
แถมอีกหน่อย อยากให้ฝึกภาษาอังกฤษกันเยอะๆ
แบบว่า... ชีทเรียนราวครึ่งนึง (และอาจรวมถึงข้อมูลทำทีสิด) เป็นภาษาอังกฤษ
แล้วก็ อยากให้ฝึกพื้นฐานภาษาไทยกันเยอะ ๆ เพราะนอกจากจะต้องแปลชีทอังกฤษเป็นไทยแล้ว ส่วนใหญ่ยังต้องแปลไทยเป็นไทยอีกตะหาก
ไอ้พวกศัพท์วิบัติ พูดจาภาษาคนไม่รู้เรื่องเนี่ย อย่าริคิดมาเรียนเลยค่ะ (ก๊ากก) ปรัชญาเป็นภาษาเฉพาะนะเออ (แต่ถ้าเชี่ยวชาญคุโรมาตี้ศาสตร์ นับว่าคุณเหมาะกับการเรียนปรัชญาอย่างสุดๆ
)
- อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??
เอกปรัชญาและศาสนานี้ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้เห็นเงินเป็นพระเจ้า เพราะถ้าเรื่องเงินสำคัญมาก ๆ สำหรับน้อง ๆ ที่คิด (หลงผิด) จะเรียนสาขานี้ เปลี่ยนตัวเลือกเถอะ...
จบสาขานี้ ไม่ตกงานชัวร์ (ถ้าไม่เลือกงาน) แต่ขึ้นอยู่กับว่า ตัวน้องขวนขวายแค่ไหน ....ในการหาความรู้อื่นเพิ่ม เน้นไปที่วิชาโท และความสามารถพิเศษ จะช่วยได้มาก
ปริญญามันก็แค่ใบเบิกทาง ของจริงมันอยู่ที่ตอนทำงาน ว่าเราจะอยู่ท่ามกลางคนอื่น (ที่เป็นคู่แข่งด้วยในขณะเดียวกัน) ได้รอดแค่ไหน?
และอย่าคิดว่า สาขาปรัชญาและศาสนา มันอะไรก็ไม่รู้ ไปเรียนอะไรที่ดูแล้วเท่+ฉลาดกว่านี้ดีกว่า <<< เพราะว่า สาขาปรัชญาและศาสนา คือสาขาวิชาที่ ทั้งเท่ และฉลาดที่สุด!!! ...........อย่างกว้าง ๆ อะนะ ฮาๆๆๆ
อย่าเอาไปเทียบกะพวกเรียนสาขาวิชาเฉพาะ เช่น หมอ วิศวะ สถาปนิก เค้าเรียนแบบเจาะลึกมา เค้าย่อมรู้ลึกกว่าอยู่แล้ว
ปรัชญา สอนให้เข้าใจคน ศาสนา สอนให้เข้าใจโลก สิ่งที่น้อง ๆ ทุกคนจะสามารถเก็บเกี่ยวได้จากสาขาวิชานี้ คือ วิธีการมองทุกสิ่งรอบตัวด้วยความเข้าใจ (ฟังดูเท่
) ถ้าน้อง ๆ พยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เรียนจากสาขานี้ เมื่อจบออกไป น้องจะพบว่า น้องโตกว่าคนอื่นมาก ในด้านวิจารณญาณ ด้านอารมณ์ ด้านมนุษย์สัมพันธ์ ด้านการแก้ปัญหา ด้านการแบ่งความสำคัญให้แก่เรื่องต่าง ๆ (เถียงเก่งขึ้นด้วย แปลกแต่จริง
)
ทั้งนี้ทั้งนั้น ย้ำอีกทีว่า สิ่งที่จะได้ข้างบน คือเฉพาะในกรณีที่เก็บเกี่ยวประโยชน์จากสาขานี้ได้สำเร็จนะ.... ไอ้พวกสักแต่ เรียนและตอบข้อสอบโดยเน้นเอาเกรด ก๊อปคำตอบจาำกหนังสือมาคำต่อคำ แต่ไม่ได้เข้าใจความหมายที่แท้จริงเลย เรียนไปก็ไม่ได้ผลหรอก
(เพื่อนอิชั้นคนนึง ตอบข้อสอบทีไร มันยกประโยคกล่าวอ้าง+โจทย์+น้ำมากมายที่่ไม่ใช่คำตอบ มาใส่กระดาษสอบเป็นอย่างต่ำ 1 หน้ากระดาษ เอ 4 เลยค่ะ
สำหรับ 1 ข้ออะนะ ถ้ามีข้อสอบหลายข้อก็ทบเข้าไป...
)
ฝากสาขาวิชาปรัชญาและศาสนา ไว้ในอ้อมใจคนอ่านด้วยนะคะ
ถ้าไม่ใช่เด็กออทิสติก ที่พูดอะไรก็ไม่ฟัง ไม่เข้าใจ (เหมือนรุ่นน้องเราบางคน...ที่ไม่รู้จักคำว่า กรุณาเงียบเสียงในห้องเีรียน) ก็เรียนได้แน่ค่ะ
----------------------------------------------
#1 Pear ♪ - ก็เข้าใจยากจริงๆแหล่ะค่ะ
คือเอกปรัชญาและศาสนานี้ ขอสารภาพว่า เข้าได้ด้วยความบังเอิญจริงๆ ก๊ากกกก แบบว่า ตอน ม.ปลาย เราเรียน ปวช. เลยลองสอบเอนท์เล่นๆดู ก็แค่อยากรู้ว่าในสภาพที่ไม่ได้เตรียมพร้อม ไปสู้กะเด็ก ม.ปลายคนอื่นที่เตรียมสอบเข้ามหาลัยอย่างตั้งใจ จะทำได้แค่ไหน ....ตอนแปะเลือกคณะ เพื่อนแปะให้ เรากะลังโทรเครียดเรื่องผลอะไรซักอย่าง ให้น้องสาววิ่งไปที่โรงเรียนไปดูกระดานแปะค่าคะแนน เลยปล่อยให้เพื่อนทำให้ ฮาๆๆ เพื่อนมันคิดยังไงของมันมิแซ่บ เอกปรัชฯ ใช้คะแนนเข้า 150 มันแปะไว้อันดับ 2 เอกโบราณฯ/ญี่ปุ่น ของศิลปากร คะแนนเข้า 250 มันแปะไว้อันดับ 3 ก๊ากกกก ถึงคะแนนเอนท์เราจะราว 280+ เราก็โดนไอ้ 150 ที่อันดับ 2 มันดักไว้ ฮาๆๆ
ก็เลยเรียนดูขำๆ
#2 Nancy อารมณ์ดี - ขอบคุณค่ะ แหะๆ ว่าจะไปแปะบอกอยู่เหมือนกัน
#3 xi - ยุคหลัง ๆ มันแตกไปหลายสายเกินไป = = เราก็จำเฉพาะบางคนที่ชอบมากๆ เช่น รุสโซ ปรัชญาเซน ปรัชญาอินเดีย และเกลียดมาก ๆ เช่น อีค้านท์ และ ขงจื้อ
# 4 KeeChan - ก็ ไอ้คำอธิบายของแต่ละแนวคิด นั่นก็คือเนื้อหาที่เรียนน่ะแหล่ะ
# 6 แมลงปอยิ้ม @ DOUBLE PURI - ยังแค้นอยู่... เป็นความเสียใจอย่างเดียวที่ได้จากการเรียน 5 ปี และชั้นเรียน 5 ปีเฟ้ย ไม่ใช่ 4 ปี เพราะว่าค่าเทอมเหมาจ่าย เลยดองทีสิดเอาไว้ข้ามปี ทั้ง ๆ ที่เหลือแค่แก้สำนวนเขียน แล้วไปลงเกินไว้หลายวิชา (ตอนปีหนึ่งขี้เกียจตื่น8 โมงมาหลับในคาบบัญชี เราเลยขาดวิชาเลือกเสรีไป 1 ตัว กะขาดพละไปอีก 1 ตัว) ก๊ากกกกกก ไม่ได้กะเกียรตินิยมอยู่แล้ว กะว่าวิชาไหนที่เรียนแล้วไม่ชอบ ก็ค่อยไปถอนทิ้ง
สุดท้ายก็เรียนวิชาเลือกเสรีของเอกปรัชฯ เกินมาตั้งสอง-สามตัวแหน่ะ (นี่ถ้าไม่ใช่เพราะมีเพื่อนจบพร้อมกันอีกสองคน คงจะอยากเรียนอีกปี 5555555555+) สนุกดี ชอบมาก ค่าเทอมแบบเหมาจ่ายเนี่ย ยิ่งปี 5 นะ เพิ่งรู้เหมือนกันว่าค่าเทอมลดลงมาตั้ง "ครึ่งนึง!!!" โอ๊วว๊าว ถ้าไม่ใช่ค่าเทอมเหมาจ่าย ทำแบบนี้ไม่ได้แหงๆ ลงวิชาเรียนแบบสะใจมาก
อีกอย่างที่เถียงเก่ง เพราะว่าเป็นคนเถียงไม่เก่ง (ไม่รู้ล่ะสิ) เลยไปเล็งวิชา "การโต้แย้งด้วยเหตุผล" เอาไว้ตั้งกะอยู่ปีหนึ่ง ก๊ากกกกกก เป็นวิชาที่ตอนนั้นคิดว่ามันน่าจะยากเหี้ยๆ เพราะว่า 1. อ.คนที่สอนเป็นคนที่อาร์ตตตตตตตัวพ่อ ที่สุดในภาควิชา (คนเดียวกะที่สอนไทเก๊ก อุบส์ครึ่กๆ ใครรู้จักก็เหยียบไว้นะ) เราชอบเรียนกะเค้านะ สนุกดี (สงสัยเพราะอาร์ตตตตตตเหมือนกัน) 2. เป็นวิชาที่รุ่นพี่ปี 3 (ในขณะนั้น) ถอนวิชายกคลาส ก๊ากกกก แบบว่าพี่กลุ่มนั้นเค้าโคตรเรียนเก่งอะ อาร์ตมากด้วย โคตรเด็กแนวปรัชญาสุดๆ ยังเรียนไม่ไหว บอกยากเกินไป.....
สุดท้ายก็ได้เกรด B สวยๆ มาตัวนึง สนุกดีออก เรียนกะรุ่นน้อง (ช) อีกสองคน ที่แม่งอาร์ตพอกัน เป็นวิชาที่เข้าใจเลยว่าทำไมตอนนั้นรุ่นพี่ถอนทิ้ง....
# 7 persona non grata - จำได้ว่า ตอนเรียนวิชาเลือกเสรีของปรัชญา ก็มีคณะวิศวะ กับ หมอ มาเรียนด้วยเป็นบางวิชา (อาจารย์เล่าว่า บังคับเรียน ไม่งั้นไม่จบ) สรุปแล้วการเรียนวิธีคิดและศีลธรรม ก็บังคับมาเรียนจากเอกปรัชญา/ศาสนาหรอเนี่ย...
แต่เราก็ชอบเรียนวิชาเลือกของปรัชญา สนุกดีจริงๆแหล่ะ
# 8 Sp@rk - เรียนมาห้าปี เกลียดอีค้านท์ที่สุด คนอะไรโคตรยกย่องมนุษย์ผู้ชาย ปรัชญาญี่ปุ่น ไม่รู้ว่ามีเป็นรายวิชารึเปล่า (เหมือนจะเห็นแว๊บๆ ในหนังสือรายชื่อวิชา แต่ไม่ได้เรียน เพื่อนก็ไม่มีใครเรียน เลยไม่รู้อะ) ก็ได้เรียนแค่ Zen กับ ชินโต กับอย่างอื่นนิดหน่อย ตอนเรียนศาสนาเปรียบเทียบ กะ สุนทรีสาดดดดด คิดว่าถ้าเรียนปรัชญาศิลปะ (ซึ่งเราพลาด!! ไปลงเป็นปรัชญาในศิลปะ) น่าจะได้เรียนเยอะกว่านี้
# 9 ☆hana★はなっぺ☆ - เรียนที่ไหนล่ะนั่น ศิลปากรมีด้วยหรอ??
# 10 ~๐Yuki`Shizuku๐~*♥ - จริงๆแล้วเป็นวิชาที่ใครเรียนก็ได้นะ ถ้าเปิดใจและทุ่มเทให้กับมันมากพอ ส่วนไบเบิ้ล เราเคยได้มาตอนจบประถม (โรงเรียนคริสต์น่ะ) อ่านดูเหมือนจะรู้เรื่อง.. แต่ก็ไม่รู้เรื่องเท่าไหร่ เพราะเหมือนว่าจะมีความหมายแฝงเยอะเกินไป คิดมากจนงง
#15 ~กวงคุง~ watashi wa HS-TAC desu - เรื่องโยคะ/ไทเก๊ก ไม่รู้ว่ามหา'ลัยอื่น จะเป็นหลักสูตรเดียวกะของเราป่าวนะคะ
#16 D û D e ` z - อยู่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ไม่ขอเอ่ยนาม ที่มีรถไฟฟ้า รถใต้ดิน แล้วก็เรือ ผ่านน่ะค่ะ
#17 Repentant - สนุกจริง แต่บางทีก็เครียดจนสาปแช่งนักปรัชญาไปหลายคนเหมือนกันค่ะ ฮาๆ
#18 ☆Kiit0☆ - รอให้คนเขียนสาขานี้เหมือนกัน รอจนแทคกึ๋นตกฮอตโพสหน้าแรกหมดแล้ว ยังไม่มีซักคน เหอๆๆ เราไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่ามีเอกสาขานี้ด้วย ฮาๆ แบบว่าเคยเอนท์ครั้งแรก ไม่รู้เรื่องซักอย่าง ถ้าไม่มีเพื่อนสงสัยคงจะเรียน ปวช. อยู่ที่เดิมแน่ๆ
# 19 Nadnadar (The Flaneur) - นอกจากจะกินพลังชีวิตเป็นพิเศษแล้ว จบคาบมายังไม่แน่ใจอีกตะหาก ว่าเนื้อหาหลักที่เพิ่งเรียนไปตะกี้มีอะไรบ้าง... ฮาๆ
[อย่าฟันธงอะไร ให้ตอบแบบอ้างโน้น อ้างนี้ อ้างคนโน้น อ้างคนนี้
ใส่ความคิดเห็น แต่ต้องไม่ลืมคำที่อ่านแล้วดูลังเลๆ
ประมาณว่าเราเองก็ไม่อยากจะเชื่ออย่างนี้เหมือนกัน...ตอบวกวน งงๆ กลมๆ
แต่ไม่ชี้ชัดว่าคืออะไร เรากระจ้อยร้อยเกินกว่าจะตัดสินอ.เราชอบมาก] ใช้ทริกเดียวกะเราเลย ฮาๆๆๆ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ
#21 นอนเช้า ตื่นบ่าย - ขอบคุณค่ะ (เราก็คิดมานานแล้ว ว่าได้เรียนสาขานี้เพราะโชคแหงๆ) จริง ๆ แล้วลองหาพวกหนังสือปรัชญาทั่วไป ไม่ก็ สรุปเล็คเชอร์ของราม มานั่งอ่านก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบนะคะ ยังไงนักปรัชญาก็คือคนใฝ่รู้อยู่แล้ว ถึงจะไม่ได้เรียนกับอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย แต่อ่านเยอะ คิดเยอะ แล้วมีคนที่คอยถกประเด็นต่าง ๆ ด้วย ก็เหมือนกับได้เรียนน่ะแหล่ะค่ะ
#22 ★ STARBUCKS! no coffee,no me and no you! - [ไม่เหมาะที่จะเรียนเพื่อประกอบวิชาชีพ แต่เหมาะที่จะประกอบการประกอบวิชาชีพอีกที ] ปรัชญาและศาสนาก็เป็นวิชาแบบนั้นแหล่ะค่ะ
เรื่องโลกของแบบ เราเห็นด้วยกับทางอริสโตเติ้ลมากกว่าเพลโต้น่ะค่ะ เราชอบในทฤษฏีที่ว่า "แบบ" ที่ว่า จริงๆ แล้วเกิดจากการที่มนุษย์จัดหมวดหมู่ของสิ่งต่าง ๆ เอาไว้ จากประสบการณ์ เช่นที่เรารู้ว่า ม้าคือม้า จากการที่เราเห็นม้ามาจำนวนหนึ่งจนสามารถแยกแยะมันออกจากสิ่งอื่นได้ แม้ว่าต่อมาเราจะเจอม้าสามขา เราก็ยังจัดว่ามันเป็นม้าอยู่ดี (รู้สึกยิ่งอธิบายยิ่งออกนอกเรื่อง
ของเพลโตจะเป็นแนวว่า ลึกลงไปในมนุษย์ จิตของเรายังจำ "แบบอันสมบูรณ์" ได้อยู่ แม้ว่ามนุษย์จะไม่ได้อยู่ใน "โลกของแบบ" อีกต่อไปแล้ว เราก็ยังจำมันได้ (อยู่ลึ๊กกกลึก) เราจึงสามารถสร้างสิ่งเหล่านั่นออกมาโดยพยายามเลียนแบบ "ความสมบูรณ์" ในความทรงจำอันเลือนลางของเราอยู่
คนที่เอนเอียงไปทางอริสโตเติ้ลอย่างเราเลยมองว่าทฤษฏีของเพลโต คล้าย ๆ กับดินแดนของพระผู้เป็นเจ้าทางศาสนาคริสต์ ............แต่บางทีเพลโตอาจจะถูกก็ได้นิ ใครจะรู้
ตอนเรียนปรัชญาจีนนี่... มันแฝงการเมืองมาด้วยมากมาย
ไม่ต้องมาอ่านบ่อยก็ได้ค่ะ ...อาย
#23 chenlee - ตอนแรกที่ยังไม่รู้จักปรัชญา ก็แอบเกลียดเหมือนกัน (ฮาๆ) แต่พอมาเรียนแล้วถึงเพิ่งรู้ว่าเข้ากับนิสัยตัวเองมากแค่ไหน
#24 เชิญคุณลงฑัณฑ์..บัญชา..T^T - ทำแทคนี้สิคะ เราก็รอคนอื่นทำอยู่นานแล้วเนี่ย ...ขอสารภาพว่า เลอะเลือนไปเยอะเหมือนกัน ที่จำได้บ้างเพราะเป็นอันที่จำได้จริงๆ (เอ๊ะ?) อันที่จริงแล้วเราเป็นคนขี้เกียจอ่านหนังสือสอบ กะว่าเอาความรู้เท่าที่จำได้ตอนฟังเล็คเชอร์ (ซึ่งก็นั่งวาดรูปไปด้วย.. เจริญล่ะ) ผลก็คือเกรดสวยงามมาก ได้มาทุกตัวแล้วยกเว้น A ฮาๆๆ ทำให้อะไรที่จำได้ตอนสอบ ก็ยังคงจำได้ แต่อะไรที่เราจำไม่ได้ ก็จะไม่ได้ถูกเขียนไปด้านบน
ใครที่คิดอยากเข้าก็มีความคิดที่เข้าใจยากแล้ว
เบื่อกับข้าวในโรงอาหารที่เดิมแล้ว จะเปลี่ยนที่กินข้าว (คิดแค่นั้นจริงๆแหล่ะ)
ตามนั้นจริงๆ ถ้าสนใจก็เข้า wikipedia หาได้เลย (ก๊ากกกก เลวอีก ขี้เกียจอีก)
กูเปรี้ยวค่ะ กูอยากเรียน อยากรู้ว่ามันยากแค่ไหน
ได้คิดอะไรหลาย ๆ อย่าง พอไปมองตัวเองสมัยก่อน ถึงพบว่าตอนนี้หลุดออกจากกรอบเดิมมาเยอะมาก มันซึบซับมาอย่างไม่รู้ตัว
ส่วนพระไตรปิฏก ก็เหมือนจะอ่านรู้เรื่อง แต่ก็ไม่ค่อยเข้าใจสำนวนเหมือนกัน ฮาๆๆ สรุปเราอ่านคัมภีร์อัลกุรอานได้เข้าใจมากสุด ก๊ากกก (หมายถึงแปลไทยอะนะ)
ก็เหมือนผงชูรส ที่จะไม่ใส่อาหารก็ได้ แต่พอใส่แล้วก็อร่อยกว่าเดิม
)
เพียงแต่ไม่สามารถหาหลักฐานยืนยันได้แค่นั้นเอง ฮาๆ
โดยเฉพาะของขงจื้อ แทบจะมีแต่เรื่องการเมือง การปกครอง กับ จารีตประเพณี ดีนะที่มีอาจารย์อธิบายให้ฟัง ถ้าอ่านเองล่ะก็ มีการเข้าใจผิดเอาง่ายๆ (ตอนเรียนวิชาปรัชญาเกือบทุกวิชา อาจารย์จะสอนในลักษณะที่จะถามก่อน ว่าเราตีความกันยังไง แล้วก็จะตอบว่า ผิด ผิด ผิด ผิด ตลอดเวลา ก่อนจะเฉลยให้ทุกคนอึ้ง....
ถ้าอ่านแต่หนังสือไม่เข้าฟังเล็คเชอร์ ก็สอบไม่ได้แหง ๆ )
อัพไม่ค่อยมีสาระ เอาแต่กรีดร้องเรื่องผู้ชาย (ก็รู้ตัวดีนิ?) แต่ถ้าจะอ่านเฉพาะเอนทรี่นี้ เชิญตามสบายค่ะ (เพราะประจานตัวเองจนแทบหมดเปลือก ไปแล้ว
)
ของอย่างนี้มันอยู่ที่ประสบการณ์ล่ะมั้ง) เรียนไปก็นึกถึงหนังสือ/การ์ตูนที่เคยอ่าน จนมีการนั่งเหม่อแล้วฟังเนื้อหาเลคเชอร์ข้ามเป็นระยะๆ (ก๊ากก)
เรียนสาขานี้คงจะไปบวชยาก ....เพราะจะกลายเป็นพวกชอบคิด คิดมากเกินไป จนปล่อยวางตามหลักศาสนาพุทธไม่ค่อยได้ ฮาๆ
#26 [P][e][a][c][H] - เอ.. เราว่าเอนทรี่นี้เราเป็นกลางมากแล้วนะ ไม่ได้เข้าข้าง ร.ม.ต. หรือ พ.ธ.ม. มากเป็นพิเศษ
เรียนเอกปรัชญาหรือคะ มาเขียนแทคนี้สิคะ เพราะเราไม่ได้ตั้งใจเรียนขนาดนั้น (เคยได้ E วิชาเอกบังคับมาตั้ง 3 ตัวอีกตะหาก) เลยไม่สามารถเขียนในแง่วิชาการล้วนๆได้หรอกค่ะ
อีกอย่าง wikipedia ก็มีข้อมูลเกือบทุกอย่างอยู่แล้ว ใครสนใจในแง่วิชาการเชิญติดตามต่อที่โน่นได้เลยค่ะ (โยนกลองงงง)
#27 paul - เป็น quote ที่โรแมนติกมาก แต่คนนี้เราจำไม่ได้ค่ะ
(อันที่จริงต้องพูดว่า เท่าที่เรียนมา5ปี จำชื่อได้ไม่รู้จะถึง 10 คนรึเปล่า เหอๆๆๆ)
#28 [Kazuna & Miwa] - ขอบคุณค่ะ
#29 *บลาสต์ - ของมหาวิทยาลัยของเรา ไม่รู้ว่าจะมีตรรกสัญลักษณ์รึเปล่า (ไม่ได้สนใจ) เพราะว่าแค่ตรรกะธรรมดา ก็จะตายแล้วค่ะ
ไอ้เจ้า 21 สูตรนั่นเค้าสงวนไว้สำหรับคลาสตรรกะที่เอกปรัชญาและศาสนาเรียนค่ะ... วิชาของภาคเรา ถ้าเป็นคลาสที่เอกสาขาอื่นมาเรียนด้วย จะถูกปรับเนื้อหาให้ง่ายขึ้น เนื่องจากเนื้อหาบางอย่าง มันคาบเกี่ยวกับความรู้ในวิชาปรัชญาหลาย ๆ วิชาไว้ด้วย
เราไปแก้ E ตรรกะเอาตอนปี 4 เพราะว่าเป็นวิชาเอกบังคับ ก็ยังไม่เห็นว่าชีวิตที่สอบตรรกะ 21สูตรนั่นไม่ผ่านจะสร้างปัญหาให้การเรียนปรัชญาของเราแต่อย่างไร (ปากดีไปงั้นแหล่ะ ฮาๆๆ)
#30 bact' - (คิดซะว่าโดนหลอก)มาเรียนสิคะ
#31 แมงสาบ - สาขานี้เค้ามีเปิดสอบตรงด้วยเหรอคะ
(ไม่เคยรู้เรื่องอะไรกะเค้าหรอก) แล้วยื่นคะแนนเอาไม่ผ่านหรอ อยากให้มาเรียนกันเยอะๆ (เผื่อส่วนไว้สำหรับคนที่กลับตัวกลับใจได้ แล้วลาออกไปคณะอื่น ฮาๆ)
#32 Nil - ให้เพื่อนเขียนแทคนี้ด้่วยสิคะ
(จะได้มีข้อมูลอัพเดทหลายๆมุมมอง)
#33 yunHO_Prince - จริงๆเพราะเรียนแล้วกลายเป็นบ้า เลยสนุกได้ไงคะ (ฮาๆๆ) เราก็แอบมี อ.ฮีโร่ในใจเหมือนกัน
วิชาไหนเรียนกับเค้าก็จะรู้สึกสนุกเป็นพิเศษ (จริงๆ เพราะสอนสนุกตะหากก็เลยชอบ ตึ่งโป๊ะ!)
#34 Ojisama - ถึงไม่ได้ A ก็คุยไม่รู้เรื่องเหมือนกันค่ะ
เพื่อนที่ได้ A ยังคุยกับคนธรรมดารู้เรื่องกว่าเราอีก
#35 คนกวาดใบไม้หลังเอ 4 - จริงๆแล้วต้องบอกว่า คนที่มีปัญหาเดือดร้อน/มีความต้องการสูงเรื่องเงิน คงไม่เรียนสาขานี้แต่แรกแล้วมากกว่าค่ะ (ฮา) เราก็ได้ใช้ประโยชน์จากตรรกะบ้าง แต่เฉพาะตรรกะขั้นต้น ...ไอ้21สูตรนี้คิดว่าอีกซักสิบปี ค่อยมาศึกษาอีกที
วิชาญาณวิทยาของเรางงเป็นพิเศษ ขนาดอาจารย์ที่สอน ยังเปิดหนังสือไปสอนไปเลย... เหอๆๆ
เป็นเอกลักษณ์เฉพาะอาจารย์ท่านนี้คนเดียวเลย การสอนแบบนี้เนี่ย (แต่คนปวดหัวน่ะคือคนเรียน
เพราะถามอะไรไป ก็ดูท่านจะงงๆงวยๆตลอดเวลา ...แล้วดันมาสอนวิชานี้อีก ยิ่งไปกันใหญ่...)
#37 (^_^)/nana - อย่าเพิ่งเชื่อในสิ่งที่อ่านไปข้างบนค่ะ
เพราะเราก็จำแต่ละอย่างได้คร่าว ๆ เท่านั้น
แถมเขียนไปในเฉพาะมุมมองของเราคนเดียว (แต่ก็ยังเสร่อมาอัพ
เพราะว่าไม่เห็นมีใครอัพหัวข้อนี้เลยซักคน โฮฮออออ)
#38 ★☆KyuubixUsagi - ภาษาไทยก็มีนะ....แต่ก็ไม่ค่อยช่วยเท่าไหร่ ต้องแปลไทยเป็นไทยอยู่หลายรอบเหมือนกัน
ส่วนที่เป็นภาษาอังกฤษไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่ที่ดันเป็นภาษาอังกฤษแบบปรัชญานี่สิ... อ่านมาก ๆ แล้วอยากจะอ้วกออกมาเป็นภาษากรีก
#39 antzzer - จริงๆแล้ว เราแอบสนใจจิตวิทยาเหมือนกัน (มหาวิทยาลัยของเรา เอกปรัชญาและศาสนาเค้าถือว่าเป็นเอกน้องของจิตวิทยา ) แต่ว่าไม่สู้พวกศัพท์วิทย์/สถิติ อะไรพวกนี้ เลยเรียนแค่ตัวแรกพอ น้ำหน้าอย่างเราเหมาะกับความเพ้อของปรัชญามากกว่า ฮาๆๆ
#40 ความรักสร้างฉัน - อยากให้ปรัชญาเป็นวิชาบังคับของหลักสูตรการศึกษาไทยจังค่ะ.. แต่คงเป็นได้แค่ฝัน
#41 KeeChan - เอ่อ... ช่างมันเถอะ
#42 \/ /\ N ฮ Z Z /\ - จริง ๆ แล้วพี่เป็นคนพูดไม่ค่อยรู้เรื่องค่ะ
เพราะพูดเร็วแล้วก็ชอบเรียงไวยากรณ์ประโยคเป็นแบบภาษาญี่ปุ่น แต่เนื่องจากการพูดจาให้คนฟังรู้เรื่องเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการโต้เถียง (ฮาๆ) เลยต้องพยายามบังคับตัวเองเสมอค่ะ ...แต่จริงๆ แล้วก็เผลอลืมตัวอยู่บ่อยๆ
#43 【いくみ】 - หลอกปาร์คมาทำธีมให้ ก๊ากกกกกกกกกกกก เอารูปสองคนหัวบลอกไปล่อลวง
#44 Runrunpyon - ไม่เคยไปค่ะ ไม่คิดไปด้วยค่ะ เพราะเราคิดว่าในฐานะคนไทยคนหนึ่งแล้ว สิ่งที่เราควรจะทำคือปฏิบัติหน้าที่ในส่วนของตนให้ดีที่สุด เพราะถ้าทุกคนมัวแต่มาเรียกร้องความต้องการของตนเอง ใครจะเป็นผู้ปฏิบัติ?? แต่คนรอบตัวเราก็ไปร่วมชุมนุมหลายคน (เช่นลูกค้า/ช่างที่มาขายของให้ที่ร้าน, เจ้าของโครงการบ้านที่เราอยู่, พี่คนงานเก่าที่บ้าน , พ่อค้าขายของแถวสะพานขาวที่เราไปซื้อของบ่อย และล่าสุด คือผู้หญิงที่ตายเพราะสะเก็ดระเบิด คนที่เป็นข่าวดังในวันสองวันนี้ไงคะ อาม่าเรายังไปงานศพเค้าเลย) เราไม่ได้เชื่อสื่อง่ายขนาดนั้นหรอกค่ะ ทีวีก็แทบไม่เปิด หนังสือพิมพ์ก็แทบไม่ได้อ่าน ส่วนใหญ่จะเน้นดูข่าวเศรษฐกิจและการเมืองนิดหน่อย
แปลกนะคะ ทำไมคุณไปแล้วไม่ได้เงินเราก็ไม่ทราบ แต่พ่อค้าคนที่เราเจอในตลาด เค้าก็พูดกับแม่ค้าแผงข้าง ๆ ที่สนิทกัน (แต่เราไปยืนฟังเอง) ว่าไปแล้วได้หัวละ200-500น่ะค่ะ
บางทีคุณควรจะเป็นคนที่ต้องหาหลักฐานมายืนยันมากกว่านะคะ ว่าไม่มีการแจกเงิน เพราะในบรรดาคนจำนวนหลักพันหลักหมื่นที่ไปชุมนุม หากมีซักคนสองคนที่ได้รับการแจกเงินจากค่ามาชุมนุม ก็ถือว่ามีการแจกเงินเพื่อให้มีผู้มาชุมนุมแล้วค่ะ
จริงอยู่ที่คุณอาจอยู่ในกลุ่มไม่ได้รับเงินแจก ซึ่งมีความเป็นไปได้หลายสาเหตุ เช่น เป็นกลุ่มคนที่ดูแล้วมีฐานะ หรือ ไม่ได้ติดต่อหัวคิว อะไรแบบนั้น แต่การที่คุณไม่ได้เงิน ไม่ได้แปลว่าคนอื่นจะไม่ได้เงินนะคะ ประสบการณ์ชุมนุมของคุณไม่สามารถเป็นข้อยืนยันความจริงได้หรอกค่ะ มันขึ้นอยู่กับหลักฐานน่ะค่ะ
อีกอย่าง เราเป็นพวกมีอคติด้านลบกับการปลุกปั่นหมู่ทางจิตวิทยาน่ะค่ะ
ขนาดลองไปทำขายตรง เจออัพไลน์และคนอื่นในห้องประชุมทำตัวตะโกนชูมือ ปลุกปั่นจิตใจให้ฮึกเหิม เรายังรู้สึกเหมือนกับว่าโดนหลอกให้มาเลยค่ะ (แต่จริงๆคิดตกลงเองด้วยเหตุผลล้วนๆ) ถ้าให้เราไปแถวนั้น (ซึ่งมันก่อปัญหารถติดให้แถวบ้านเรามาก) เราคงจะถึงขั้นสาปแช่งแกนนำเลยมั้งคะ
คุณคิดว่าคนที่ไปชุมนุม มีแต่คนที่ชื่นชอบในหลักการของพันธมิตรและเกลียดรัฐบาล ทั้งนั้นเลยหรือคะ?? คุณคิดว่ามีแต่คนจริงใจ ต้องการกอบกู้ชาติ เลยมาร่วมชุมนุมหรือคะ?? วันนี้ก็มีลูกค้ามาคนนึง เค้าคุยกับแม่เราว่า "ชอบไปชุมนุมกับพันธมิตรมาก มันส์ดี สนุกดี ยิ่งตอนระเบิดวันนั้นนะมันส์โคตร อยากได้อีก"
ก็แค่อยากขอให้ระวังตัวเองไว้น่ะค่ะ ถ้าจริงใจกับคนอื่นมาก ๆ เชื่อมั่นในคนอื่นมาก ๆ พอโดนหักหลังขึ้นมา มันจะเจ็บมากเป็นหลายเท่า สิ่งที่พันธมิตรกล่าวหารัฐบาลทั้งหมด คุณเคยหาข้อมูลด้วยตัวเองรึยังคะ? หรือว่ารับฟังข้อมูลจากช่อง ASTV กับฟังจากที่แกนนำขึ้นเวทีปราศัย/คนในกลุ่มพันธมิตรพูดเอาอย่างเดียว?? เชื่อข้อมูลทุติยภูมิมากไปมันไม่ดีนะคะ
#46 philosophy (118.172.95.46) - [ค่ะ ... แล้ว ไม่ทราบว่า นปช. เสื้อแดงนั้นไม่ได้รับเงินมาชุมนุม เหมือนกันหรอคะ ?? ]จากคำพูดนี้ แสดงว่าคุณยอมรับแล้วใช่มั้ยคะว่ากลุ่มพันธมิตรมีการรับเงินเพื่อมาชุมนุมจริง ๆ แล้วคุณยังกล้าเชื่อมั่นในคำพูดที่ว่า "ประชาชนทุกคนได้รับความเดือดร้อนเพราะรัฐบาล เราจึงมาชุมนุม" อยู่อีกหรือคะ? ในเมื่อคนที่มีความเดือดร้อนก็เป็นแค่คนบางกลุ่มที่เสียผลประโยชน์ ซึ่งการเสียผลประโยชน์ก็เป็นเรื่องปกติของสังคมและเศรษฐกิจอยู่แล้ว แต่คนที่เสียผลประโยชน์กลับเอาข้ออ้างต่าง ๆ เพื่อต้องการให้ได้ประโยชน์คืนมา
พวกคุณไม่สนใจเลยว่า การกระทำของคนที่มาร่วมชุมนุม สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประเทศชาติมากกว่าฝีมือของรัฐบาลทุกรัฐบาลซักอีก ตั้งแต่คุณเกิดมา ในการปกครอง